แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ล่วงละเมิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ล่วงละเมิด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เหยื่อ

เหยื่อ

       ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุตัวเลขว่ามากกว่า 20 ปีมาแล้วที่ผู้หญิง 1 คน ในทุก ๆ 3 คน จะต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต แม้แต่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหภาพยุโรป ก็พบว่าผู้หญิงกว่าร้อยละ 33 มีประสบการณ์ถูกกระทำรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ ประเทศที่มีประชาธิปไตยและการเคารพสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกันอย่างฝรั่งเศสก็มีการประเมินว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อคดีข่มขืน และพยายามข่มขืนถึงประมาณ 86,000 ราย แต่มีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่ตัดสินใจแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่  ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยร้อยละ 38 ของผู้หญิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยค่าเฉลี่ยรวมทั้งโลกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 และที่เลวร้ายไปกว่านั้นยังพบว่าพวกเธอเหล่านั้นมักถูกกระทำจาก สามี คนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัว รู้อย่างนี้แล้วผู้หญิงเราจะสามารถไว้ใจใครได้อีก...แทบทุกครั้งที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักจะเป็น ผู้หญิงและเด็ก และบ่อยครั้งที่เป็นเด็กผู้หญิง อย่างเช่นเรื่องราวของ "บิว"ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้  

        บิว เด็กหญิงที่ไม่เคยมีครอบครัวเป็นของตัวเอง พ่อตายตั้งแต่บิวยังเล็กๆ ส่วนแม่นั้นไม่เคยเลี้ยงลูกทั้งสี่คนด้วยตนเองเลย ดังนั้นเมื่อคลอดบิวเป็นลูกคนสุดท้องแม่จึงยกบิวให้เป็นลูกของลุงกับป้า แล้วแม่ก็เป็นอิสระบินปร๋อไปมีครอบครัวใหม่ บิวไม่เคยรู้เลยว่าลุงกับป้าไม่ใช่พ่อแม่ของบิวแม้บางครั้งบิวจะถูกเขาด่าว่าเวลาโมโหว่าไม่ใช่ลูกของพวกเขาบิวก็ไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งช่วงที่บิวเรียนอยู่ชั้นป.2 บิวถูกลุงที่บิวคิดว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของตนเองข่มขืน และข่มขู่ไม่ให้บอกใคร เด็กน้อยวัย 8 ขวบ ตกนรกอยู่เป็นเวลาร่วมสองเดือน แล้วก็คงจะจริงที่ว่าไม่มีความลับในโลกเพราะวันหนึ่งบิวก็มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศแบบเป็นลิ่มๆ ลุงยังมีหน้าบอกกับป้าอีกว่าบิวประสบอุบัติเหตุหกล้มในห้องน้ำซึ่งก็น่าแปลกที่ป้าก็ยังเชื่อ หลังจากนั้นลุงกับป้าก็แก้ปัญหากับอาการบาดเจ็บของบิวด้วยการไปซื้อผ้าอนามัยให้บิวใส่ เป็นเวลาหนึ่งวันเต็มๆเลือดก็ยังไม่หยุดไหล ลุงกับป้าจึงจำเป็นที่จะต้องส่งบิวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อบิวได้เข้ารับการตรวจร่างกายจากแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญผลที่ออกมาไม่ได้สอดคล้องกับเรื่องโกหกที่ลุงแต่งขึ้น เลยต่างพากันซักถามบิวจนได้ความจริงว่าลุงได้กระทำความรุนแรงอะไรกับบิวบ้าง จึงแจ้งให้ตำรวจมาจับลุงใจโหดไปดำเนินคดี

          หลังจากเหตุร้ายได้ผ่านไปบิวได้ไปอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ของรัฐแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่บิวจึงได้พบกับแม่ที่แท้จริงเพราะสถานสงเคราะห์ได้พยายามติดตามหาแม่ที่แท้จริงของบิวจนพบ บิวจึงได้รู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่ลูกของลุงกับป้า บิวอยู่ที่สถานสงเคราะห์แห่งนั้นเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วแม่จึงได้มารับตัวบิวไปฝากไว้กับน้า ที่บ้านน้าก็มีพี่สาวคนที่สองและพี่ชายคนที่สามของบิวพักอาศัยอยู่ด้วยพอบิวเรียนชั้นป.4 แม่ก็พาพี่ๆเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จนกระทั่งบิวอายุย่าง15 ปี แม่จึงพาพี่ๆกลับมาอยู่กับน้าอีก และการมาของแม่และพี่ในครั้งนี้ก็ทำให้บิวต้องตกเป็นเหยื่ออีกครั้งหนึ่ง... ด้วยสภาพบ้านที่แทบทุกคนต้องนอนรวมกันประกอบกับเด็กหญิงชายวัยกำลังหนุ่มกำลังสาวที่แม้จะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันแต่ไม่ได้มีความผูกพันฉันท์พี่น้องเลย ต่างคนต่างคล้ายคนแปลกหน้าต่อกัน... และด้วยแม่ที่นอนอยู่ด้วยก็มักจะกินเหล้าเมาหลับไม่รู้เรื่องแทบทุกคืน... จึงเป็นช่องทางให้พี่ชายคนที่สามซึ่งอายุ 20 ปี ได้พยายามข่มขืนบิว ครั้งแรกไม่สำเร็จแต่บิวไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้ใครทราบเพราะเด็กหญิงไม่รู้จะบอกใครถ้าพูดไปแล้วใครจะเชื่อ... เธอก็เหมือนคนที่อยู่ตัวคนเดียวในโลก... บิวจึงเก็บความหวาดกลัวไว้ภายในจิตใจเพียงคนเดียว... เมื่อมีความพยายามในครั้งแรกจึงมีความพยายามในครั้งต่อมา... พี่ชายบังคับข่มขืนบิวจนสำเร็จ...ซึ่งบิวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตกเป็นเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่า...ความเงียบและการเก็บเรื่องเลวร้ายนี้ไว้คนเดียวคือทางออกที่เด็กผู้หญิงวัย 15 ปีจำต้องเลือกให้กับตัวเองเนื่องจากมองไม่เห็นทางเลือกอื่นอีกแล้ว

         เหมือนชีวิตของบิวจะดีขึ้นเมื่อแม่ได้ย้ายเข้ามาทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ อีกครั้ง และบิวได้ติดสอยห้อยตามมาด้วย... แต่พี่ชายก็ไม่ปล่อยให้บิวเป็นอิสระได้นานเขาได้ตามมาหาบิวที่กรุงเทพฯเพื่อที่จะมาขอกับแม่ให้เขาได้ใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับบิวแบบสามีภรรยา แทบไม่น่าเชื่อว่าแม่ยินยอมเห็นดีด้วยกับพี่ชายบิวจึงต้องจำใจอยู่กับพี่ชาย... จะให้บิวทำ อย่างไรก็บิวเพิ่งอายุ 15 ปี งานก็ไม่มีทำ บ้านก็ไม่มี บัตรประชาชนแม่ก็ไม่พาไปทำแม่บอกว่าไม่สำคัญอะไรจะพาไปทำเมื่อไรก็ได้... บิวจึงต้องตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้งหนึ่ง... ความซวยของบิวยังไม่จบเมื่อ บิวตั้งท้องและคลอดลูกคนแรกออกมาเป็นเด็กปัญญาอ่อน (Down Syndrome) เนื่องจากเด็กเป็นลูกของชายหญิงที่เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่ก็ยังพอมีโชคดีอยู่บ้างที่ลูกคนที่สองมีสุขภาพปกติและแข็งแรงดี ชีวิตครอบครัวของบิวในช่วงแรกๆถ้าทำใจลืมๆเรื่องที่ถูกพี่ชายข่มขืนจนต้องตกมาเป็นภรรยาของเขาแล้วชีวิตของบิวกับสามีก็ปกติสุขดีจะมีทะเลาะกันบ้างในเรื่องเงินๆทองๆ ที่ไม่ค่อยจะพอใช้แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นทุบตีทำร้ายกัน แต่พอช่วงปลายปี 2553 สามีของบิวติดยาบ้าอย่างหนักจนบิวทนไม่ไหวจึงหอบลูกทั้งสองไปอาศัยอยู่กับแม่และพ่อ ชีวิตช่วงนี้ของบิวเริ่มเข้าที่เข้าทาง บิวและพ่อเลี้ยงไปทำงานรับจ้าง แม่เลี้ยงลูกให้...แต่ความสุขมักอยู่กับบิวได้ไม่นานบิวต้องตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง

          ช่วงเดือนมีนาคม 2554 สามีหรืออีกนัยหนึ่งก็คือพี่ชายของบิวมาตามบิวกลับบ้าน แต่บิวไม่ไป เขาจึงเอาน้ำกรดที่ได้เตรียมมาสาดและราดจากหัวลงไปถึงลำตัวของบิวแต่บิวยังพอมีสติดีเธอคว้าถังน้ำที่อยู่ใกล้ตัวมาราดตัวเองและร้องเรียกหาคนช่วย แม่ได้ส่งบิวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ส่วนพี่ชายได้หนีหายไปตำรวจยังไม่สามารถจับตัวได้ บิวมีอาการทรมานปวดแสบปวดร้อนไปตามศีรษะ ใบหน้า ลำตัว ขาข้างซ้าย และแขนทั้งสองข้าง แผลเริ่มดำคล้ำไหม้และเฟอะมากขึ้นบิวต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังจากนั้นโรงพยาบาลได้ส่งบิวเพื่อมาพักฟื้นที่บ้านพักฉุกเฉิน บาดแผลทางกายและบาดแผลทางใจของบิวรวมทั้งความหวาดกลัวว่าตนเองจะต้องอัปลักษณ์ด้วยแผลเป็นที่นูนออกมาหลายแห่งบนร่างกาย รวมทั้งรอยด่างบนใบหน้า ส่งผลให้บิวไม่อยากจะพูดคุยกับใคร วันๆเอาแต่ร้องไห้ และทรมานอยู่คนเดียว...บิวต้องทานยาคลายเศร้าอยู่เป็นประจำ... หลายคนในครอบครัวของบิวต่างกระทำกับบิวเหมือนเธอเป็นผักปลาหรือสิ่งของ... ชีวิตของบิวต้องตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยมา... ปัจจุบันบิวอายุ 23 ปี อารมณ์ของบิวไม่ค่อยคงที่เท่าใดนักอาจเนื่องมาจากประสบการณ์ชีวิตอันเว้าแหว่งขาดวิ่นของเธอ บิวบอกกับเราว่าเธอพยายามหาทางออกให้กับตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือธรรมะ และเรียนฝึกอาชีพหลักสูตร เย็บผ้า... เผื่อว่าในวันข้างหน้าเธอจะได้มีอาชีพที่พอจะหาเลี้ยงตนเองได้โดยที่ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของใครอีกต่อไป

...................................................................................................................................

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 

อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org 

Facebook: สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯบ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง www.facebook.com/apswthailand.org 

หรือ สามารถดูข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์สมาคม www.apsw-thailand.org

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

พ่อเลี้ยงใจโฉดกับแม่แท้ๆ ผู้ไม่ใยดี

พ่อเลี้ยงใจโฉดกับแม่แท้ๆ ผู้ไม่ใยดี
                            Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
เจ้าของเรื่อง: ผู้หญิงและเด็กที่พักพิงอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน
ผู้เขียน: ปองธรรม สุทธิสาคร ,Edit:จิตรา นวลละออง
 “เดือนแรม” สาวน้อยอายุ 16 ปี หญิงสาวเจ้าเนื้อผิวสองสี ที่มีร่างกายไม่สมบูรณ์   ขาข้างหนึ่งดามเหล็กเอาไว้เนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุ  นอกจากนี้แม้เดือนแรมจะเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่เดือนแรมก็ไม่สามารถเขียนหนังสือ หรืออ่านหนังสือได้ เนื่องจากเดือนแรมมีความบกพรอ่งทางสติปัญญา ดังนั้นบ้านพักฉุกเฉินจึงส่งเสริมเดือนแรมในด้านการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ เพื่อที่จะได้มีวิชาชีพ มีทักษะติดตัวไปประกอบอาชีพได้
เบื้องหลังชีวิตของเดือนแรมก่อนจะมาอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินนั้นเรียกได้ว่า ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายเสียอีก ครอบครัวของเดือนแรมนั้นแตกแยก พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอจึงต้องอาศัยอยู่กับญาติข้างแม่ที่ต่างจังหวัด ขณะที่ผู้เป็นแม่เดินทางเข้ามาทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นานทีปีหนจึงจะกลับบ้านมาหาเธอ แม้จะเรียนหนังสือไม่เก่งนักแต่เดือนแรมก็เป็นเด็กใฝ่ดี ขยันขันแข็ง เอาการเอางาน เธอช่วยญาติทำงานทุกอย่างเท่าที่ทำได้  ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะมารับตัวไปอยู่ด้วยกันที่เมืองหลวง หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
  เดือนแรมพักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงในห้องเช่าเล็กๆ สามีคนใหม่ของแม่ประกอบอาชีพพนักงานขับรถสิบล้อด้วยความที่กลัวจะเป็นภาระของแม่ เดือนแรมจึงไปสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟอาหาร และล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวในละแวกที่อยู่อาศัย  ชีวิตของเด็กหญิงเดือนแรมน่าจะเป็นชีวิตที่เรียบง่ายไม่หวือหวา เธอคงจะอาศัยอยู่กับแม่และทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ หากว่าในวันหนึ่งจะไม่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่กลายเป็นความทรงจำที่แสนเจ็บปวด  และเลวร้ายในชีวิตของเธอ
...พ่อเลี้ยงกลับมาจากทำงานเข้ามาเจอเดือนแรมอยู่ที่ห้องเช่าคนเดียว หลังจากนั้นก็ลงมือล่วงละเมิดและข่มขืนเธอ ขณะนั้นเดือนแรมยังเด็ก พ่อเลี้ยงข่มขู่บังคับเธอไม่ให้บอกใคร หลังจากวันนั้นเธอก็อยู่ในห้องเช่าด้วยความกลัว หวาดระแวง โดยเฉพาะเวลาที่แม่ไม่อยู่
พ่อเลี้ยงยังหาโอกาสกระทำกับเดือนแรมในทุกๆ ครั้งที่เขามีโอกาส เธอถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นเด็กหญิงที่ขี้กลัว ไม่กล้าสู้หน้าใคร กลายเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองอย่างแรง       เด็กสาววัยรุ่นกลายเป็นที่ระบายตัณหาให้กับพ่อเลี้ยงอยู่อย่างนั้นเป็นแรมปี โดยที่แม่ของเธอไม่ได้รับรู้หรือระแคะระคาย       สภาพจิตใจของเดือนแรมในขณะนั้นทั้งหวาดกลัว สับสน เจ็บปวด
...มันเป็นเวรเป็นกรรมแต่หนใดกันหนอที่เด็กสาววัยแค่สิบกว่าปีอย่างเธอต้องมาพบเจอกับเรื่องบัดสีให้ชีวิตต้องมีตราบาปเช่นนี้... 
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเดือนแรมอยู่ตลอด จนบางครั้งเธออยากจะตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด        ความเจ็บปวดของเด็กสาวหาได้หยุดลงเพียงเท่านี้ หัวใจของเดือนแรมแหลกยับอีกเป็นร้อยเป็นพันเท่าในวันที่แม่ของเธอได้รับรู้ความจริง
   ...วันหนึ่งแม่ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวแล้วกลับมาที่ห้องเห็นพ่อเลี้ยงกำลังกระทำกับเดือนแรม แทนที่จะเข้าไปห้ามปรามหรือปกป้องลูกกลับกลายเป็นว่า แม่ของเธอกลับแอบดูพร้อมกับความรู้สึกหึงหวง เคียดแค้น ... พอทุกอย่างจบลงแม่ก็เปิดประตูเข้ามาแล้วก็เปิดถุงก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ  เทราดหัวเดือนแรม แล้วก็ด่าเธอสาดเสียเทเสีย นอกจากไม่ปกป้องลูกแล้วยังซ้ำเติมแถมเข้าข้างสามีใหม่อีก...
     หัวใจของเดือนแรมทั้งหวาดกลัวและบอบช้ำจนสุดจะบรรยาย เด็กสาววิ่งหนีผู้ให้กำเนิดอย่างไม่คิดชีวิต ความร้อนจากน้ำก๋วยเตี๋ยวทำให้ตามเนื้อตัวของเธอแสบร้อน  ขณะเดียวกันร่างกายก็สั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัวจนเสียขวัญเดือนแรมวิ่งหนีออกมาไกลและไร้จุดหมาย   ก่อนที่จะมีพลเมืองดีพาตัวเธอมาส่งที่ บ้านพักฉุกเฉินสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ หลังจากเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น บ้านพักฉุกเฉิน  จึงได้พาเธอเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง  ในตอนแรกพ่อเลี้ยงได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหาก่อนที่จะยอมรับสารภาพในที่สุด
               
     ตั้งแต่ที่เดือนแรมเริ่มต้นเข้ามาใช้ชีวิตในบ้านพักฉุกเฉิน และมีคดีความกับพ่อเลี้ยง แม่ของเธอไม่เคยแวะเวียนมาเยี่ยมเลยสักครั้ง  จะมีเพียงโทรศัพท์มาหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอตัวเด็กสาวกลับไปทำงาน ยิ่งนานวันเข้าความรักของแม่ก็ยิ่งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสำหรับเดือนแรม และมีเพียงครั้งเดียวที่แม่มาเยี่ยมเดือนแรมเพื่อที่จะพาตัวเดือนแรมกลับไปเป็นแรงงาน โดยที่...

...แม่พาแฟนใหม่ของตัวเองมาแนะนำกับเดือนแรม บอกว่าเลิกกับพ่อเลี้ยงคนนั้นแล้ว ทำเหมือนกับว่าทุกอย่างดีขึ้นแล้ว ปลอดภัยแล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าเรื่องที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับลูกตัวเองบ้าง... 

    จากพฤติกรรมของแม่ที่ไม่สามารถดูแลปกป้องลูกของตนเองได้     และมีแนวโน้มว่าหากเดือนแรมกลับไปอาจต้องตกเป็นเหยื่อของพ่อเลี้ยงคนใหม่ได้อีก บ้านพักฉุกเฉินจึงไม่สามารถที่จะส่งเดือนแรมคืนให้กับแม่ของเธอได้
    เดือนแรมจึงยังคงอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินเพื่อเรียนฝึกอาชีพ และตั้งหลักให้กับชีวิตที่จะเริ่มต้นใหม่ แม้ว่าชีวิตที่ผ่านมาจะต้องพบเจอกับปัญหาที่เกินกว่าเด็กหญิงคนหนึ่งจะพึงแบกรับ หากแต่เดือนแรมก็ไม่เคยคิดหรือทำให้ชีวิตของตนเองต้องตกต่ำเลวร้ายลงกว่าเดิม ทั้งที่บาดแผลในชีวิตของเธอล้วนแต่เป็นสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นให้ทั้งสิ้น  แม้จะเป็นคนพูดน้อย รวมทั้งมีอาการเหงาเศร้าอยู่บ้าง หากแต่เดือนแรมก็ยังคงมุ่งมั่นไฝ่ดี และทุกคนที่นี่ก็พร้อมจะเป็นกำลังใจให้เดือนแรม
.................................................................................................................
หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1  ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org

Facebook: สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯบ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง หรือ สามารถดูข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์สมาคม www.apsw-thailand.org

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หลุมพรางออนไลน์



...หลุมพรางออนไลน์...
Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ



โลกอินเตอร์เน็ต หรือ โซเชียล เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่มีประโยชน์มากมาย มันช่วยเชื่อมเรื่องราวของทุกมุมโลกไว้ด้วยกัน ทุกวันนี้คนจากทุกมุมโลกสามารถสื่อสาร เห็นหน้าค่าตากันได้โดยผ่านแอปพลิเคชันหลากหลายชนิด และในทางกลับกันเมื่อ มีคุณอนันต์ ก็ย่อม มีโทษมหันต์ หากมีผู้ใช้ที่มีเจตนาชั่วร้ายใช้มันเพื่อล่อลวงเหยื่อที่ยังเป็นเด็กน้อยอ่อนต่อโลก ดังเช่น...“น้องหนู”... สาวน้อยตัวเล็ก วัยเพียง 14 ปี ด้วยวัยของน้องหนูนั้นยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่น่าจะร่าเริงสดใส วิ่งเล่นกับเพื่อนๆอยู่ในโรงเรียน แต่น้องหนูคงทำเช่นนั้นไม่ได้ไปอีกเกือบปี เพราะน้องหนูประสบภัยจากโลกโซเชียล เธอถูกชายหนุ่มใจชั่วล่อลวงไปข่มชืน จนท้อง น้องหนูจึงต้องเข้ามาอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉิน ด้วยปัญหา ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 4 เดือน

เด็กสาวที่ควรจะสดใส กลับมีใบหน้าหมองเศร้า ขณะเล่าเรื่องราวบางส่วนในชีวิตให้ฟังว่า

“หนูท้อง เพราะความผิดพลาด กับนายเจตน์ เขาอายุ 23 ปีแล้ว หนูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย เพราะเราแค่รู้จักกันทางเฟสบุ๊ค เขาทักแชทมาหนูก็ตอบไปธรรมดาแค่คุยกันเป็นเพื่อนเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาก็มักจะชวนว่า...ออกมาเจอกันหน่อย...เขาก็ชวนออกไปเจอกันบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ออกไปตามคำชวนเขาสักที ”
แต่ด้วยความเป็นเด็กที่ผ่านโลกอันโหดร้ายมาเพียงน้อยนิด ด้วยความที่ไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อคุยกันผ่านเฟสบุ๊คและถูกนายเจตน์ ชักชวนบ่อยครั้งเข้า น้องหนูจึงกลายเป็นแมงเม่าที่บินเข้าหากองไฟอย่างง่ายดาย 
 “เขานัดให้ไปพบกันที่หน้าห้างบิ๊กซี หนูก็ไปคนเดียว ไม่คิดอะไรเพราะว่าที่ห้างก็คนเยอะแยะ ตอนเจอกันก็ไม่ได้ประทับใจอะไร เขาก็หน้าตาไม่ค่อยดี แต่ตัวใหญ่กว่าหนูมาก คุยกันที่บิ๊กซีไม่นานเขาก็บอกว่าจะพาไปกินข้าวและค่อยไปส่งบ้าน...แต่เขาไม่ได้พาไปอย่างที่บอกกลับพาหนูไปที่ๆแห่งหนึ่ง คงเป็นโรงแรมมั้ง?...หนูก็ไม่รู้  แล้วเขาก็ใช้กำลังบังคับข่มขืนหนูที่นั่น หนูสู้เขาไม่ได้เลยเพราะเขาตัวใหญ่กว่าหนูมาก หลังจากเขาทำหนูแล้วก็พามาส่งที่เดิม...มันเป็นความผิดพลาดของหนู..หนูไม่พูดอะไรกับเขาอีกเลย...เฟสบุ๊คหนูก็ไม่ติดต่อกับเขาอีก...หนูไม่คิดว่าหนูจะท้อง”
 หลังเกิดเหตุร้ายที่เข้ามาในชีวิต น้องหนูพยายามที่จะคิดว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย เธอไม่ติดต่อกับนายเจตน์อีกเลย เธอพยายามที่จะลืมและดำเนินชีวิตตามประสาเด็กวัยรุ่นของเธอต่อไป แต่ฝันร้ายของน้องหนูก็ยังตามมาหลอกหลอนเธออย่างต่อเนื่อง เพราะชายใจชั่วอย่างนายเจตน์ ไม่ใช้ถุงยางอนามัย ประจำเดือนของน้องหนูขาดหายไปหลายเดือน หน้าท้องของเธอก็เริ่มนูนขึ้น ด้วยเธอเป็นเด็กสาวที่มีรูปร่างผอมบางเมื่อพุงออก รุ่นพี่ข้างบ้านเริ่มผิดสังเกตุ และนำเรื่องมาบอกกับยายของน้องหนู ยายจึงได้พาน้องหนูไปหาหมอและผลตรวจก็ออกมาว่าน้องหนูท้อง แล้วน้องหนูจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ยายฟัง เมื่อยายรับรู้เรื่องราวทั้งหมด จึงได้ไปปรึกษาปัญหากับอาจารย์ประจำชั้นของเธอ อาจารย์ได้ช่วยเหลือเรื่องการพักการเรียนชั่วคราวให้กับน้องหนู และยังติดต่อบ้านพักฉุกเฉิน เพื่อส่งน้องหนูมาพักชั่วคราวระหว่างรอคลอด
สำหรับสภาพจิตใจของน้องหนูนั้น เราพบว่า เธอมีความเครียดและวิตกกังวลค่อนข้างสูง ด้วยทุกครั้งที่เธอคิดถึงเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเองเธอก็ยังคงโทษตนเองอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง ที่ไปหลงเชื่อและไว้ใจคนอื่นมากเกินไป จนทำให้เกิดเรื่องที่ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะของตนเองเท่านั้นยังส่งผลมาเป็นปัญหาใหญ่ให้กับยายผู้ซึ่งเฝ้าเลี้ยงดูเธอมาแต่เล็กแต่น้อย
 “หนูไม่มีพ่อไม่มีแม่ หนูอยู่กับยายและก็ตามาโดยตลอด หนูเรียกยายว่าแม่ เขาต้องทำงานเลี้ยงดูและส่งเสียให้หนูเรียนหนังสือ และยังต้องดูแลตาที่ป่วยเป็นโรคไตและโรคอัมพฤกษ์ ตอนนี้ยายก็ตกงาน หนูก็มามีปัญหาอีก หนูสงสารยาย เท่านี้ยายก็มีภาระมากพอแล้ว หนูก็มาสร้างเรื่องให้ยายอีก ถึงยายจะไม่ได้ว่าอะไรหนูแต่หนูก็รู้ว่ายายผิดหวังและเสียใจ”
ทุกวันนี้น้องหนูใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเล็กๆ ที่เรียกว่า “บ้านพักฉุกเฉิน” ที่ให้การดูแลเธอ ทั้งเรื่องการไปตรวจท้องและฝากท้อง และแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับชายชั่วที่ชอบล่อลวงเด็กสาวทางเฟสบุ๊ค เธอบอกว่า หลังคลอดลูก แล้วเธอจะเรียนต่อ จะไม่ทำให้ยายผิดหวัง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับน้องหนูนั้นถึงจะเป็นเรื่องเศร้าเป็นรอยด่างในชีวิตของเธอ แต่เธอก็ยังยินดีแบ่งปันกับเราเพื่อที่จะแบ่งปันไปยัง เด็กวัยรุ่น หรือผู้หญิงคนอื่นๆ ให้ระวังภัยที่แฝงมาทางโลกออนไลน์ โลกโซเชียลที่หลายๆคนอาจหลงไหล สำหรับตัวน้องหนูนั้นเรื่องนี้คือ “ผิดเป็นครูสำหรับเธอ” แต่สำหรับเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ น้องหนูก็ไม่อยาก และไม่ต้องการให้ได้ครูที่แลกมาด้วยฝันร้ายอย่างเธอ
.......................................................................................................................................

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ  บ้านพักฉุกเฉิน  501/1ซ.เดชะตุงคะ 1  ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม.
 E-mail:admin@apsw-thailand.org หรือ เฟสบุ๊คFacebook: สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง (https://www.facebook.com/apswthailand.org) และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และหาทุน สมาคมฯ โทร.0 2929 2301-7 ต่อ 109,113                      E-mail:donate@apsw-thailand.org หรือสามารถดูข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์สมาคม www.apsw-thailand.org

     เรื่อง  ผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน ผู้เขียน จิตรา นวลละออง 

ชีวิตใหม่

  ชีวิตใหม่ Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เรื่อง : ผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน , ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง...