วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562

พลอย


พลอย

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
เรื่อง : ผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน  
  ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง

ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลา 39 ปี บ้านพักฉุกเฉินได้ให้การดูแลและช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กมากว่า 53,000 ราย ในจำนวนนั้นมีเด็กมากมายหลายวัยที่มาอยู่ในความคุ้มครองดูแลของบ้านพักฉุกเฉิน  เด็กจำนวนหนึ่งได้กลับสู่ครอบครัวเมื่อครอบครัวพร้อม แต่ก็ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ว่าจะนานเท่าใดครอบครัวก็ไม่เคยพร้อม... เช่น เด็กหญิง “พลอย” ที่ไม่มีวันที่แม่จะพร้อมอีกต่อไปเพราะแม่ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคเอดส์
             
         พลอยเข้ามาอยู่ในความดูแลของบ้านพักฉุกเฉิน ด้วยวัยเพียง 4 ขวบ  ตั้งแต่แม่ของพลอยยังมีชีวิตอยู่  พลอยเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ผิวขาว หน้ากลม ดวงตาบ้องแบ๊วใสซื่อยิ้มแย้มแจ่มใสและช่างพูด ถึงจะพูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะพลอยมีพัฒนาการที่ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับเด็ก ๆ ในวัยเดียวกัน      พลอยมาที่บ้านพักฉุกเฉินด้วยปัญหาแม่เลี้ยงดูอย่างไม่มีมาตรฐาน เนื่องจากแม่ เร่ร่อน ป่วยติดเชื้อเอชไอวี มีอาการทางจิต ติดยาเสพติด-และป่วยเป็นวัณโรคปอด

คนที่พาพลอยและแม่มาบ้านพักฉุกเฉิน คือ ยายเลี้ยง ซึ่งเป็นหญิงชราคนหนึ่งที่รับเลี้ยงแม่ของพลอยมาตั้งแต่เล็ก ๆ  ยายเลี้ยงได้เล่าว่า แม่ของพลอยเป็นเด็กกำพร้าจึงได้รับเลี้ยง แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย        ในวัยเด็กแม่ของพลอยเรียนไม่เก่งต้องซ้ำชั้นอยู่หลายครั้งจึงออกจากโรงเรียนทั้งที่ยังอ่าน-เขียนหนังสือไม่ได้ เมื่อย่างเข้าช่วงวัยรุ่นก็หนีออกจากบ้านตามผู้ชายไปหลายปีเมื่อเลิกรากันก็กลับมาอยู่บ้าน ไม่นานก็ได้คบหามีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนและอาศัยอยู่ที่บ้านแบบไป ๆ มา ๆ เพราะเธอมักออกไปเร่ร่อนไม่เคยอยู่ที่ไหนเป็นหลักแหล่ง บางครั้งก็อาศัยนอนตามสะพานลอยตามป้ายรถประจำทางหรือตามสวนสาธารณะ หารายได้ด้วยการขายบริการทางเพศ จนกระทั่งอายุประมาณ 30 ปี เธอจึงได้ให้กำเนิดพลอย และพาพลอยมาให้ยายเลี้ยงช่วยดูแลโชคดีที่พลอยไม่ติดโรคร้ายจากแม่ ทั้งที่แม่ไม่ได้กินยาต้านไวรัสเอชไอวี ตอนท้อง  ต่อมา 2-3 ปี แม่ของพลอยก็มีอาการทางจิต ยายเลี้ยงจึงได้พาแม่ของพลอยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแต่ก็รักษาไม่ต่อเนื่อง เพราะแม่มักหนีออกมาเร่ร่อน และจะแอบมาพาตัวพลอยออกไปเร่ร่อนด้วย ยายเลี้ยงจึงได้ส่งแม่ไปอยู่สถานสงเคราะห์ของรัฐสำหรับผู้มีปัญหาทางจิต แต่แม่ก็ยังหนีออกมาเร่ร่อนอีก... ยายเลี้ยงจนหนทางจึงได้พาพลอยมาขอความช่วยเหลือที่บ้านพักฉุกเฉิน เพราะเป็นห่วงกลัวว่าพลอยจะต้องใช้ชีวิตร่อนเร่มีชะตาชีวิตเหมือนแม่ไปอีกคน
         
         หลังจากพลอยมาอยู่บ้านพักฉุกเฉิน แม่ก็ยังคงเร่ร่อน อยู่บ้านยายเลี้ยงบ้าง ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้บ้าง แต่ยังคงพยายามมาเยี่ยมพลอยอยู่เรื่อย ๆ หลายครั้งแม่ก็มาพร้อมกับกลิ่นเหล้า บุหรี่ เนื้อตัวที่สกปรกมอมแมม หนักกว่านั้นบางครั้งยังพูดคุยไม่รู้เรื่อง แต่ก็แวะมาหาพลอยอยู่เสมอ  จนช่วงหนึ่งก็ได้เงียบหายไป มาทราบข่าวอีกครั้งแม่ของพลอยก็มีป่วยเป็นโรคเอดส์ระยะสุดท้ายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ยายเลี้ยงได้พาพลอยไปส่งแม่เป็นครั้งสุดท้าย

              เมื่อพลอยไม่มีผู้ปกครอง และยายเลี้ยงก็ไม่สามารถรับภาระดูแลพลอยได้ตลอดเวลา เพราะท่านก็สูงอายุและมีโรคประจำตัว จึงขอให้บ้านพักฉุกเฉินส่งพลอยเข้าสถานสงเคราะห์ที่ช่วยเรื่องการเรียนพร้อมกับอยู่ใกล้บ้านยายเลี้ยง เพื่อสะดวกในการเดินทางไปเยี่ยมและดูแลพลอยได้เมื่อมีโอกาส เพราะพลอยไม่เหลือใครในชีวิตอีกแล้วนอกจากยายเลี้ยง บ้านพักฉุกเฉินจึงได้ส่งพลอยไปเข้ารับการสงเคราะห์ด้านที่พักและการศึกษาต่อยังองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของยายเลี้ยง ในวันที่ส่งพลอยเข้าสู่สถานที่ใหม่นั้นพลอยอายุได้ 6 ขวบ

           หลังจากนั้นเมื่อติดตามผล ทราบว่าพลอยปรับตัวได้ดีในเวลาไม่ถึงอาทิตย์  ในวันนี้พลอยมีความสุขดีกับสถานที่ใหม่  และยายเลี้ยงก็ยังคงไปมาหาสู่พลอยอยู่เสมอ เมื่อมีโอกาสยายเลี้ยงก็จะมารับพลอยไปค้างที่บ้านบ้างเป็นครั้งคราว...  อย่างไรก็ตามเราก็เชื่อมั่นได้ว่าเราได้วาง พลอย ไว้ ณ สถานที่ ๆ ดี และปลอดภัย และเหมาะสมกับพลอยแล้ว
………………………………………………………………………………………………………………
หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1    ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113 E-mail: admin@apsw-thailand.org เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org    

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2562

โปรดช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น...คุณช่วยได้


โปรดช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น...คุณช่วยได้ ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี นพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ บริจาคผ่านบัญขี สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ธนาคารไทยพาณิชย์  เลขบัญชี 105-217137-4 หรือ โทร. 029292222 หรือ 029292301- 3 *ขอขอบพระคุณ คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) สำหรับการดำเนินการจัดทำคลิปวีดีโอเพื่อประชาสัมพันธ์และระดมทุน ในการดำเนินงานช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก ของโครงการบ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ#บริจาค #จิตอาสา #บำเพ็ญประโยชน์ #เลี้ยงอาหาร #ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กบ้านพักฉุกเฉฺิน #สมาคส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ร่วมบริจาคช่วยเหลือ แม่และเด็ก ให้มีโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ร่วมบริจาคช่วยเหลือ แม่และเด็ก ให้มีโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ...ธนาคารทหารไทย (TMB) ชื่อบัญชี สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ (Association for the Promotion of the Status of Women) เลขบัญชี 135-2-00041-6 #บริจาค #ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก #บ้านพักฉุกเฉิน#สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ *ขอขอบพระคุณสำหรับจิตอาสาจัดทำภาพInfo graphic : แพรนซ์-จารุวดี ทองใหญ่ ณ อยุธยา หรือบริจรคผ่านลิงก์โครงการปันบุญ www.tmbfoundation.or.th/th/Punboon/00009


วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562

บอย เด็กชายผู้เติบโตมาตามยถากรรม





  เรื่อง : ผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉิน
ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง


           ปัญหาต่อเนื่องที่คล้องเกี่ยวตามกันมาจากปัญหาท้องไม่พร้อม ในสังคมไทยเรา นอกจากปัญหาการทำแท้งแล้วนั้น ยังมีปัญหาการทอดทิ้งเด็ก หรือเลี้ยงดูเด็กที่ไม่เหมาะสม และไม่ได้มาตราฐาน ดังเช่น ชีวิตของ  “น้องบอย”  เด็กชายผิวเข้ม  ตาโต วัย 4 ขวบ ที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูอย่างขาด ๆ เกิน ๆ ของแม่ผู้มีปัญหาครอบครัวแตกแยก และท้องไม่พร้อม
         
       แม่ของบอย ชื่อว่า “บี” เธอเป็นคุณแม่ที่มีอายุจริงสวนทางกับวุฒิภาวะ เพราะแม้เธอจะอายุล่วงเลยมาจนใกล้จะ 30 ปีแล้ว แต่เธอยังคงประพฤติตัวเช่นเด็กวัยรุ่นที่หลักลอยคนหนึ่ง  ทั้งไม่ประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและลูก และก็ยังไปฝังตัวอยู่กับร้านเกม ปล่อยทิ้งลูกชายไว้ในบ้านเพียงคนเดียวลำพัง

          ภูมิหลังของบีนั้นเธอเติบโตมาจากครอบครัวที่แตกแยก  ไม่เคยทราบว่าพ่อแท้ ๆ เป็นใคร จนอายุได้ 7 ปี แม่มีครอบครัวใหม่ มีลูกใหม่กับพ่อเลี้ยง และย้ายไปอยู่กับพ่อเลี้ยง โดยทอดทิ้งบีให้เติบโตมาตามลำพัง เมื่อบีถูกปฏิเสธจากแม่และครอบครัวใหม่  เธอจึงกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม หนีเรียน หนีเที่ยวจนเรียนไม่จบ เธอไปรับจ้างทำงานที่ไหนก็ทำได้ไม่นาน เพราะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน  และต่อมาเธอก็ตั้งท้องโดยที่ไม่รู้ว่าท้องกับใคร ลูกคนแรกญาติจึงรับไปเลี้ยงดูให้  ส่วนตัวบีเมื่อไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอะไร เธอก็จะไปเล่นเกมออนไลน์ ที่ร้านอินเตอร์เน็ตเป็นประจำ  และไม่นานก็ตั้งท้อง “บอย” โดยไม่ทราบว่าใครเป็นพ่ออีกครั้ง

         “บอย” เติบโตมาด้วยการดูแลของญาติ ๆ บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้ว บอยจะโตมาตามยถากรรม เพราะน้องบี เลี้ยงดูบอยอย่างปล่อยปละละเลย  เวลาส่วนใหญ่ที่ผ่านไปในแต่ละวันของน้องบีมักจะอยู่ที่ร้านเกม ส่วนบอยนั้น น้องบีจะปล่อยให้นอนอยู่ที่บ้านเพียงลำพังท่ามกลางกองขยะ กองเศษอาหาร อุจจาระและปัสสาวะของบอยเอง มีบางครั้งที่ญาติ ๆ และเพื่อนบ้านเวทนาสงสารบอย จึงแอบเข้ามาดูแล ทั้งเรื่องอาหารการกินและความสะอาด 

       แต่เมื่อน้องบีกลับมาบ้านและทราบเรื่องเธอก็จะตามไปเอาเรื่องกับคนที่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับลูก และบ้านของเธอ จนมีเรื่องให้ทะเลาะวิวาทกัน และในท้ายที่สุดเพื่อตัดความรำคาญ น้องบีจึงนำกุญแจมาล็อคบ้านไม่ให้ใครสามารถเข้าไปในบ้านของเธอได้อีก 

      ซึ่งด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของบอย ทั้งญาติและคนในชุมชนจึงได้นำเรื่องไปแจ้งยังมูลนิธิที่ช่วยเหลือคุ้มครองเด็กแห่งหนึ่ง ให้เข้าไปช่วยเหลือ บอย ออกมาจากความดูแลของน้องบี ดังนั้นบอยจึงได้ถูกส่งตัวมาอยู่ในความดูแลของ บ้านพักฉุกเฉิน

    สภาพแรกรับมาอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินนั้น  บอย  มีสภาพของเด็กที่ เจริญเติบโตไม่สมวัย พัฒนาการล่าช้า ศรีษะโต แขนขาลีบเล็ก กล้ามเนื้อต่างๆไม่แข็งแรง เป็นผลมาจากการขาดสารอาหารและไม่ได้รับประทานอาหารตามเวลา  การสื่อสารบกพร่องไม่สามารถพูดเป็นคำหรือพูดให้คนอื่นเข้าใจตนเองได้  มีปัญหาสมาธิสั้น  เวลาโกรธจะก้าวร้าว  มักจะฝันร้ายและกรีดร้องในยามหลับ
         
     ตลอดเวลาคุณครูที่บ้านเด็ก ของบ้านพักฉุกเฉิน คอยดูแลให้ความรักและเอาใจใส่กับบอย และส่งบอยไปพบกับจิตแพทย์เด็กเพื่อตรวจรักษาและส่งเสริมด้านพัฒนาการเด็กอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันบอย มีร่างกายที่สมบูรณ์มากขึ้น มีอารมณ์ที่ร่าเริงแจ่มใส แม้จะยังมีอารมณ์เหวี่ยงอยู่บ้างเป็นบางครั้ง แต่บอยก็สามารถที่จะปรับตัวอยู่ร่วมกับเด็กคนอื่นๆได้มากขึ้น  บอยสามารถบอกชื่อตนเอง และเพื่อนบางคนได้ บอยแปรงฟันและอาบน้ำ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้าให้กับตนเองได้  และเราหวังว่าต่อไปบอยจะสามารถสื่อสารและบอกถึงความต้องการของตนเองได้


...........................................................................

       หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1        ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113 E-mail: admin@apsw-thailand.org เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org  


วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2562

คนไม่มีสิทธ์

คนไม่มีสิทธ์

  "พี่หวัดดีค่ะ หนูได้ใส่ฟันใหม่มาแล้วนะ" 

   เสียงทักอันดังอย่างแจ่มใสอย่างที่ไม่มีความพยายามที่จะปกปิดความลิงโลดในใจไว้เลย ทำให้เราต้องหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินเพื่อหันไปหาที่มาของเสียง นั่นก็คือ "ละออ" หญิงวัยผู้ใหญ่ตอนปลายที่เราคุ้นเคยดี ละออกำลังส่งยิ้มโชว์ฟันชุดใหม่ที่ได้รับมาให้ดูแบบที่เรียกว่า ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูกันเลยทีเดียว สำหรับคนหลาย ๆ คนการทำฟันปลอมอาจไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก แต่สำหรับคนที่มีชีวิตแต่ไร้ตัวตนอย่างละออนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย 

.... ละออต้องรอน้ำใจจากผู้บริจาคเงิน และการอนุเคราะห์จากทางโรงพยาบาล เธอถึงจะได้อุปกรณ์ในการบดเคี้ยวอาหารชุดใหม่ ...

         "ละออ" เป็นหญิงผิวคล้ำ รูปร่างผอม สูง ดวงตาโตรับกับคิ้วยาวหนา จมูกโด่ง โหนกแก้มสูง ผมสั้นหยักศก ละออพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉินมาเกือบ 4 ปีแล้ว ปัญหาเบื้องต้นที่ละออถูกส่งตัวมาอยู่ในความดูแลของบ้านพักฉุกเฉิน คือ เธอติดเชื้อ เอช ไอ วีและพยายามฆ่าตัวตาย แต่เมื่อสืบค้นไปถึงเรื่องอื่น ๆ เราจึงได้ทราบถึงปัญหาใหญ่ที่ละออต้องเผชิญมาตลอดชีวิต นั่นคือ ละออไม่มีเอกสารแสดงตน หรือบัตรประชาชน ละออไม่เคยได้รับการแจ้งเกิด และละออไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องที่เราจะสามารถติดตามหาได้เลย นั่นส่งผลให้ละออไม่ได้รับสิทธิ์อย่างที่ประชาชนคนไทยควรจะมี ละออแจ้งว่าตนเอง เกิดที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ละออจำความได้เธอก็ได้รับการเลี้ยงดูจากหญิงชราคนหนึ่งนามว่า "ยายจันทร์" ชีวิตของเธอมีความสุขดีเพราะยายจันทร์รักเธอเหมือนลูก แต่ชีวิตก็มาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อโตเป็นสาววัย 16 ปี เธอถูกพี่ชายซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ ของยายจันทร์พยายามล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยความหวาดกลัวบีบให้ละออต้องหนีออกจากบ้าน และทำงานรับจ้างล้างชามตามร้านข้าวต้มโต้รุ่งเพื่อหารายได้ประทังชีวิต

      จนวัยย่างเข้าเบญจเพศ ละออจึงได้พบกับชายคนหนึ่งเขามีอายุมากกว่าเธอ 6 ปี และเขามาชอบพอเธออยู่นานเป็นเดือนแล้ว จึงชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน โดยบอกกับเธอว่า

             "พี่ไม่อยากให้ละออทำงานและมีชีวิตอยู่แบบนี้ ไปอยู่กับพี่เถอะ พี่มีงานให้ทำและมีที่พักด้วย"   

ละออก็คิดว่าอยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเธอจึงยินยอมตามไปอยู่กับเขา ได้ทำงานเป็นแม่ครัวที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งโดยพักอยู่ในที่ทำงานเลย ส่วนผู้ชายที่ชวนละออไปอยู่ด้วยเขาก็ทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ที่เดียวกัน ละออคบหากับเขาเป็นเวลาเกือบปีจึงตัดสินใจที่จะอยู่กินกับเขาฉันท์สามีภรรยา เพราะในสายตาของลออเขาเป็นคนดี ไม่เที่ยว ไม่สุบบุหรี่ ดื่มเหล้าบ้างเมื่อเวลาเข้าสังคม และเขาก็ขยันขันแข็งดี ต่อมาละออตั้งท้องด้วยความที่ไม่มีบัตรประชาชน ละออไม่เคยไปตรวจหรือฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเลย จนกระทั่งคลอดลูกจึงไปคลอดที่โรงพยาบาล หลังคลอดสามวันก็กลับบ้านลูกก็มีสุขภาพแข็งแรงดี
         
         ชีวิตครอบครัวของละออที่อยู่กับสามีมาเป็นเวลาเกือบ 5 ปี มีความสุขดีไม่เคยมีเรื่องทะเลาะตบตีในครอบครัวเลย… และไม่ได้มีอะไรบ่งบอกให้รู้ล่วงหน้าได้เลยว่า พายุใหญ๋กำลังจะพัดพาสิ่งเลวร้ายเข้ามาในชีวิตเธอ

         ในเช้าวันหนึ่งมีเสียงดัง "โครม!" ดังมาจากด้านหน้าที่พัก ละออจึงรีบวิ่งออกไปดูแล้วจึงพบร่างของสามีนอนหมดสติกองอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางข้าวของที่ล้มระเนระนาด

          "พี่ๆเป็นอะไร... พี่ๆ" 

       ละออร้องเรียกสามีพร้อมทั้งจับร่างเขาเขย่า แต่เขาก็ไม่ฟื้น เธอจึงนำเขาส่งโรงพยาบาลทุกอย่างเกิดรวดเร็วเสียเหลือเกิน สามีของละออนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 7 วัน แล้วเขาก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยแพทย์แจ้งว่าวายร้ายที่ชื่อ "วัณโรค" เป็นผู้พรากสามีไปจากเธอ ละออจึงกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในทันที

        ระหว่างที่อยู่ในระยะทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อพาลูกน้อยต่อสู้กับโลกใบนี้ต่อไป จนกระทั่งลูกน้อยเริ่มพูดอ้อแอ้ "แมะ แมะ" คือคำแรกของลูกที่ส่งเสียงเรียกเธอ มันทำให้ละออยิ้มได้ แต่.... ชีวิตคนเราบางครั้งก็โหดร้ายได้หลาย ๆ ครั้ง ลูกน้อยวัย 2 ขวบของละออเริ่มล้มป่วย กินอะไรก็ไม่ได้ เมื่อพาไปโรงพยาบาลก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ การตายของลูกครั้งนี้ หมอบอกว่าเป็นเพราะโรคภูมิแพ้

          "พอลูกตายหนูก็เสียศูนย์ อยู่ที่เดิมก็รู้สึกแย่ อยู่ไม่ได้แล้ว... มันไม่เหลืออะไรในชีวิตเลย" 

       หลังจากนั้นละออก็ออกเร่ร่อนจนมีคนสงสารจึงให้ที่พักกับละออโดยให้เธอทำงานรับซื้อของเก่า แต่โรคร้ายในร่างกายของละออก็ไม่ปล่อยให้ละออได้ใช้ชีวิตอย่างปกติได้นาน ละออเริ่มมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง จึงไปหาหมอ หมอได้นัดตรวจเสมหะ 3 วัน และเจาะเลือด 2 ครั้ง ผลการตรวจเสมหะพบว่า ละออเป็นวัณโรค ซึ่งถ้ากินยาควบคุมตามหมอสั่งเดี๋ยวเธอก็หาย แต่หลังจากเจาะเลือดครั้งสุดท้าย หมอได้เรียกละออไปคุยและถามคำถามแปลก ๆ กับละออว่า

          "สบายใจขึ้นหรือยัง... ถ้าหมอจะบอกอะไรบางอย่างจะรับได้ไหม"
         "หนูทำใจรับได้ค่ะ" 

       ละออตอบออกไปอย่างที่ไม่ค่อยเข้าใจในท่าทางที่ดูลำบากใจของหมอเท่าใดนัก และเธอก็คิดว่าเธอผ่านเรื่องร้าย ๆ มาเยอะแยะแล้ว มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้

          "เจอเชื้อ เอช ไอ วี เอดส์ ติดมานานแล้วนะแต่เพิ่งออกอาการ"

       เมื่อประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของคุณหมอ ละออรู้ได้ทันที่ว่าที่เธอบอกหมอไปก่อนหน้านี้ว่าเธอรับได้นั้นเธอโกหก... จริง ๆ แล้วเธอรับไม่ได้... 

         ละออจึงตัดสินใจไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แต่ก็ไม่สำเร็จหน่วยกู้ภัยมาช่วยไว้ขณะที่ยืนอยู่บนขอบสะพานเสียก่อน แล้วเขาก็นำตัวละออส่งที่สถานีตำรวจ หลังจากตำรวจปล่อยให้กลับบ้าน ละออก็ยังมีความพยายามที่จะกำจัดตัวเองออกจากโลกใบนี้อีกถึงสองครั้ง 

        ครั้งที่สอง เป็นช่วงกลางวันผู้คนพลุกพล่านเกินไปเธอเกรงว่าจะมีคนเห็น และแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยไว้ได้อีก 

     ครั้งที่สาม ก็เกิดขึ้นต่อจากครั้งที่สอง พอละออกลับมาที่พัก รอเวลาสักเที่ยงคืนผู้คนน่าจะนอนกันหมดแล้ว เธอก็กลับไปที่สะพานนั้นอีกครั้ง... 

    ในครั้งนี้ละออเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี ก่อนไปละออได้กินยาแก้แพ้ไปประมาณ 20 เม็ดเพื่อช่วยให้ง่วงแล้วหลับไปเลย ไม่ทรมาน เธอเล่าวินาทีชีวิตที่โดดลงไปจากสะพานว่า 

"โดดลงไปแล้ว ไม่มีความกลัวแล้ว รู้สึกตัวหมุนคว้างแล้วสักพักก็รู้สึกคล้ายมีมือมารองรับแล้วดึงลงไปใต้น้ำก่อนที่จะผลักขึ้นด้านบนอย่างแรงแล้วก็มีห่วงมาลากตัวขึ้นเรือ" 

     หลังจากนั้นละออก็หมดสติไป และมาฟื้นขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองอยู่ที่โรงพยาบาล พอรู้สึกตัวก็บอกกับตัวเองว่า ...

"เออ... ยังไม่ตาย... แล้วก็หลับไปอีก" 

    เมื่อความพยามที่จะตายของละออประสบกับความล้มเหลว ดังนั้นชีวิตของละออจึงต้องดำเนินต่อไป เธอแจ้งกับนักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลว่า เธอไม่มีญาติและไม่มีบ้านให้กลับ เขาจึงส่งละออไปพักฟื้นยังสถานสงเคราะห์สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ เอช ไอ วี ที่มีอาการหนัก จนผ่านไป 2-3 สัปดาห์ ละออมีอาการดีขึ้นสามารถเดิน และทำกิจวัตรประจำวันได้เอง ทางโรงพยาบาลจึงไปรับและพาละออมาส่งที่บ้านพักฉุกเฉิน

          "ถ้าหนูไม่ได้มาอยู่บ้านพักฉุกเฉินหนูก็จะต้องไปตายอีกให้ได้ เพราะถ้าไม่ตายหนูจะอยู่ยังไง… ที่บอกหมอว่ารับได้น่ะจริงๆ แล้วโกหกหมอด้วยความอยากรู้ พอรู้จริงๆ ว่าเป็นโรคนี้ก็รับไม่ได้... พี่คิดดูนะหนูไม่มีเอกสาร บัตรประชาชนก็ไม่มี แค่โรคธรรมดาหนูยังไม่มีปัญญา นี่เป็นตั้งโรคนี้มันต้องไปหาหมอตลอด แล้วหนูจะอยู่ยังไง ตอนที่เป็นวัณโรคเงินค่ารถไปรับยาหนูยังไม่มีเลยต้องเดินไป แถมหมอสงสารยังให้เงินค่ารถเวลาไปรับยาอีกเพราะหมอกลัวหนูขาดยา... แฟนกับลูกหนูก็ตายไปแล้วหนูก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม... สิทธิ์อะไรอย่างที่คนอื่นเขามีกันหนูก็ไม่มี... บางทีหนูก็คิดอย่างขำๆ นะว่าขนาดจะตายยังไม่มีสิทธิ์เลย..." 

           ปัจจุบันละออได้ออกไปทำงานรับจ้างภายนอกและสามารถดำเนิชีวิตในสังคมภายนอกได้ โดยที่ละออยังอยู่ในความดูแลและคุ้มครองจากบ้านพักฉุกเฉิน 
...................................................................................................................................................................

       หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com 

   ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉิน สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org
x

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

โลกของดวงดาว


โลกของดวงดาว
Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
เจ้าของเรื่อง: ผู้หญิงที่พักพิงอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน
ผู้เขียน: จิตรา นวลละออง

ในโลกนี้ยังมีผู้หญิงบางคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่า “โลกภายนอก” อย่างแท้จริงเลย เพราะชีวิตของเธอถูกครอบไว้ในโลกใบเล็ก ๆ ที่คนที่มีอำนาจหรือคนที่มีอิทธิพลในชีวิตเธอเป็นผู้กำหนด  การที่เธอจะได้รับรู้โลกภายนอกนั้นขึ้นอยู่กับผู้อื่นกำหนดแทบทั้งสิ้น ดังนั้นชีวิตของเธอ จึงต้องพึ่งพิงผู้อื่นหรือมีผู้นำทางอยู่เสมอ และหากมีเหตุหรือจุดเปลี่ยนให้เธอต้องใช้ชีวิตตามลำพังเธอจะทำอย่างไร?
“ดวงดาว” หญิงร่างเล็ก ผิวคล้ำ ถูกส่งมาขอรับความช่วยเหลือที่บ้านพักฉุกเฉินด้วยปัญหาท้อง 8 เดือน สามีทอดทิ้งไปมีภรรยาใหม่ ดวงดาวอายุ 22 ปี การตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งดวงดาวก็บอกไม่ได้ว่าเธอพร้อมหรือไม่พร้อม เพราะผู้ที่กำหนดว่าจะพร้อมหรือไม่ ก็คือ สามี ผู้เป็นผู้นำในชีวิตของเธอ
              หากดูจากรูปกายภายนอกของดวงดาว  หลาย ๆ คนคงจะคิดว่าเธอน่าจะมีอายุที่มากกว่าอายุจริงของเธอหลายปี   แต่หากได้คุยกับเธอก็จะได้พบอีกว่า เธอมีปัญหาด้านการสื่อสาร ด้วยปัญหาดังกล่าว เราจึงไม่สามารถพูดคุยกับดวงดาวเพียงลำพังได้ เราต้องใช้เพื่อนสมาชิกคนท้องที่พักและใช้ชีวิตคลุกคลีกับดวงดาวมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับเธอ เมื่อสอบถามถึงครอบครัวญาติพี่น้องและพ่อแม่ของดวงดาว เธอตอบเราสั้น ๆ ว่า "ไม่มี" ซึ่งเพื่อนของดวงดาวขยายความให้ได้เข้าใจว่า
"พ่อแม่ของดวงดาวตายตั้งแต่ดวงดาวยังเล็ก ๆ... เขาก็เลยไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีแต่คนเก็บมาเลี้ยง"
และดวงดาวก็เล่าต่ออีกว่า
"เขาเอามาเลี้ยงให้เฝ้าสวน"
เมื่อสอบถามเรื่องการเรียนดวงดาวตอบว่า เธอไม่เคยเรียนหนังสือเลย อ่านและเขียนหนังสือก็ไม่ได้ และที่น่าเวทนาอีกปัญหาหนึ่งก็คือ ดวงดาวไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน เธอต้องใช้บัตรของผู้ไร้สัญชาติ เพราะอะไรกัน? ก็เพราะไม่มีการแจ้งเกิดให้กับดวงดาว  เธอจึงเป็นบุคคลที่ตกสำรวจ  แม้สิทธิที่จะได้เป็นคนไทยอย่างที่ควรจะพึงมี ดวงดาวก็ไม่มีสิทธิ์
ตลอดระยะเวลาที่ดวงดาวเติบโตมากับครอบครัวที่รับเลี้ยงเธอ ดวงดาวต้องทำงานในสวน กินนอนอยู่กระท่อมในสวน และไม่ค่อยได้พบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับใคร ๆ มากนัก  จนกระทั่งดวงดาวอายุได้ประมาณ 12-13 ปี ลูกชายของคนที่รับเลี้ยงเธอก็พาเธอหนีเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ มาอยู่บ้านของญาติ และเขาก็เก็บดวงดาวไว้เป็นทั้งคนงานและเป็นเมียในบ้านหลังนั้น  ดวงดาวไม่เคยได้ออกไปไหนเลย  แม้ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หลายปี แต่ดวงดาวก็ไม่รู้จักถนนหนทางที่นี่เลย  ชีวิตของดวงดาวมีแต่ทำงาน  ท้อง  และเลี้ยงลูก  ดวงดาวเป็นผู้หญิงประเภทช้างเท้าหลังอย่างเต็มตัว เพราะเธอไม่เถียง ไม่เรียกร้อง ไม่มีปากเสียงกับใครเลย ชีวิตครอบครัวของดวงดาวน่าจะมีความสุข แต่ใครจะสามารถรับประกันได้ว่าผู้หญิงที่ว่านอนสอนง่ายและขยันทำงานอย่างดวงดาวจะไม่ต้องมาพบกับปัญหาสามีไปมีผู้หญิงอื่น หรือที่เรามักเรียกกันว่า มีเมียน้อย แต่ดวงดาวไม่ได้เรียกผู้หญิงคนนั้นว่าเมียน้อยแต่เธอเรียกเขาว่า "เมียของเขา" แล้วดวงดาวอยู่ในสถานะอะไรกัน?...
สามีของดวงดาวพาผู้หญิงอื่นเข้ามาอยู่ที่บ้านเป็นภรรยาอีกคนหนึ่ง ตั้งแต่ดวงดาวยังไม่ท้องลูกคนนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งช้างเท้าหลังอย่างดวงดาวจะมีสิทธิ์ไปห้ามปรามอะไรได้ ดวงดาวก็ยังคงอยู่ในโลกใบเดิมของเธอโดยไม่ได้เฉลียวใจใด ๆ และเมื่อดวงดาวท้องและท้องใหญ่มากขึ้นจนทำงานไม่ค่อยได้  เมียของเขาก็แสดงปฏิกิริยาเหมือนว่า  ดวงดาวเป็นส่วนเกินของครอบครัวมากขึ้น ๆ ทุกที จนสุดท้ายได้จัดการให้เพื่อนของตนนำดวงดาวใส่รถและขับพามาส่งที่บ้านพักฉุกเฉินทั้ง ๆ ที่ดวงดาวท้องได้ประมาณ 8 เดือน ดวงดาวก็เหมือนแค่สิ่งของที่มีลมหายใจ
ย้อนไปเมื่อครั้งหนึ่งที่เธอเพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยรุ่นเธอก็ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งพาตัวมาอยู่กินฉันท์สามีภรรยา... และในวันนี้ดวงดาวก็ถูกพามาส่งที่สถานที่หนึ่งที่ชื่อว่า “บ้านพักฉุกเฉิน”  ดวงดาวก็ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่ามาทำไมและมาเพื่ออะไร กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ดวงดาวก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หรือแม้จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ดวงดาวจะทำอะไรได้
 ทุกวันนี้สิ่งที่ดวงดาวทำได้ก็คือยอมรับและปรับตัวกับผู้คนและสถานที่ใหม่ นั่นคือบ้านพักฉุกเฉินซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นนักสำหรับคนที่ทั้งขยันและอดทนอย่างดวงดาว แต่สิ่งที่ค่อนข้างเป็นปัญหาสำหรับดวงดาวคือการสื่อสาร เธอดูเขินอายไม่กล้าพูดกับคนอื่น เพราะเธอกลัวว่าคนอื่นจะฟังเธอไม่รู้เรื่อง ในช่วงเวลาที่เราได้พูดคุยกัน ดวงดาวดูจะมีความสุขมาก ถ้าเราฟังเธอเข้าใจโดยไม่ต้องผ่านล่าม  ซึ่งเราเองก็ดีใจมากเช่นกันที่คุยกับเธอเข้าใจโดยใช้ล่ามให้น้อยที่สุดเมื่อถามว่า...แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ดวงดาวก็ทำหน้า งง ๆ จึงตั้งคำถามใหม่ว่า... "ถ้าคลอดลูกแล้วจะทำอย่างไร?"...ดวงดาวตอบว่า "ไม่รู้...แล้วแต่เขา" คำว่า เขา นั่นก็หมายถึง สามีของดวงดาว นั่นเอง...
เรื่องราวที่ได้จาก "ดวงดาว" ทำให้คิดได้ว่า... ในโลกที่ดวงดาวอยู่นั้นเธอเป็นเพียงผู้อาศัย... ดวงดาวไม่สามารถเลือก คิด หรือตัดสินอะไรได้เองถ้าไร้ผู้นำทาง... ตั้งแต่เล็กดวงดาวไม่มีพ่อแม่ที่คอยปกป้อง เธอจึงต้องพึ่งพิงคนอื่น และต้องทำตามความต้องการของผู้อื่นมาโดยตลอด จนดวงดาวมีบุคลิกภาพแบบสมยอม... ไม่ว่าเจ้าของโลกใบที่ดวงดาวอาศัยอยู่คิดจะลากจูงดวงดาวไปทางไหนก็ได้แล้วแต่เขา...……………………………………………………………………………………………………..
หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืนหรือติดเชื้อเอชไอวี   สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯบ้านพักฉุกเฉิน 501/1ซ.เดชะตุงคะ1ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com  และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org เฟสบุ๊ค: สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯบ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง www.facebook.com/apswthailand.org หรือ สามารถดูข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์สมาคม www.apsw-thailand.org

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561

โชคร้ายของอันดา

โชคร้ายของอันดา

Base on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ


อันดา(นามสมมติ) หญิงสาวผิวขาว ผมยาว วัย 29 ปี หน้าท้องของอันดานูนเด่นออกมาบ่งบอกให้ผู้พบเห็นเข้าใจได้ว่าเธอกำลังเป็นแม่คน เมื่อสอบถามว่ากี่เดือนแล้วเธอก็ยิ้มแย้มด้วยแววตาสดใสเป็นประกายก่อนจะตอบว่า จะเข้าเก้าเดือนแล้ว และเด็กในท้องเป็นลูกสาวที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี

อันดาเป็นคนต่างจังหวัด ที่ครอบครัวค่อนข้างอบอุ่นถึงแม้พ่อกับแม่จะมาทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ แต่อันดาและพี่น้องต่างก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากปู่และย่า จนกระทั่งอันดาเรียนจบชั้นป.6 จึงย้ายเข้ามาอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพฯ และเรียนต่อจนจบชั้นมัธยมปลาย หลังเรียนจบอันดาได้ทำงานรับจ้าง ชีวิตของอันดานั้นส่วนใหญ่แล้วเธอจะอยู่ที่กรุงเทพฯ จะได้กลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว สำหรับเรื่องแฟนหรือคู่รักก็เป็นไปตามธรรมชาติที่มีคนมาจีบบ้างเรื่อยๆ ไม่ได้หวือหวาอะไร ซึ่งจะเป็นในลักษณะพูดคุยกันทางโทรศัพท์และก็ยังไม่ได้มีใครที่จะคืบหน้าไปกว่านั้น หนึ่งในนั้นก็มี นายอ้น(นามสมมติ) ผู้ชายที่มีอายุมากกว่าอันดาประมาณสองสามปี เขาเป็นคนรู้จักที่เคยเห็นหน้ากันอยู่แล้วเพราะเป็นคนบ้านเดียวกันแต่ก็ไม่ได้คบหาหรือสนิทกัน แล้ววันหนึ่งที่อันดากลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด โชคชะตาก็พานายอ้นเข้ามาเป็นตัวเลือกในชีวิตของอันดา เมื่ออันดาไปบ้านญาติและพบกับนายอ้นทั้งสองต่างแลกเบอร์โทรศัพท์กันและกันไว้ หลังจากนั้นอันดาและนายอ้นก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์เรื่อยมา ซึ่งอันดาก็ไม่ได้คุยกับนายอ้นเพียงคนเดียวเพราะก็ยังมีคนมาจีบเธออีกหลายคน แต่นายอ้นนั้นดูจะมีดีกว่าใครเพื่อน เมื่อถามถึงเหตุผลว่าเพราะอะไรที่ในที่สุดแล้วอันดาก็เลือกคบนายอ้นเป็นแฟน อันดาก็ตอบเราด้วยแก้มขึ้นสีและท่าทางเอียงอายว่า

“เขาปากหวาน คำพูดเหมือนเป็นห่วงเราทุกอย่าง มีอะไรก็เล่าให้ฟังไม่ปิดบัง เขาบอกว่าเขาเคยมีครอบครัวแต่ก็เลิกกันแล้ว เขามีลูก 1 คน เขาบอกว่าที่เขาเลิกกับเมียเพราะว่าเขาติดคุกเกือบ 10 ปี คดีรุมโทรมและยาเสพติด”

สำหรับพ่อแม่และคนในครอบครัวของอันดาซึ่งเป็นคนที่รักและห่วงใยอันดาอย่างแท้จริง ทั้งเป็นคนที่ไม่ได้มีความรักบังตาเหมือนอันดาต่างไม่มีใครเห็นดีเห็นงามในการที่อันดาจะคบหาผู้ชายที่มีตำหนิแบบนี้อย่างแน่นอน แต่ความรักมักทำให้คนตาบอด... อันดาจึงมีเหตุผลในการที่จะอ้างเพื่อที่จะคบหาและรักผู้ชายคนนี้ว่า “มันเป็นเรื่องของอดีต” ตลอดเวลาที่พูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์เป็นเวลาร่วมหนึ่งปี อันดาจึงตกลงเป็นแฟนกับนายอ้น การคบหาเป็นในลักษณะที่อันดากลับต่างจังหวัดไปหาเขาแบบ ไป ๆ มา ๆ อยู่ประมาณสองปีความสัมพันธ์ก็ดำเนินไปด้วยดีโดยที่ไม่มีเรื่องเพศสัมพันธ์มาเกี่ยวข้อง จนวันหนึ่งที่อันดากลับต่างจังหวัดตามปกติ เพียงแต่อันดามาถึงตอนดึกและนายอ้นเป็นผู้มารับเธอที่ขนส่งเพื่อไปส่งบ้าน นายอ้นบอกกับอันดาว่ามันดึกแล้วขับรถกลับไม่ไหวซึ่งอันดาก็เข้าใจ ดังนั้นชายหญิงที่รักกันเป็นแฟนกันจึงได้ไปเช่าโรงแรมเพื่อนอนพักในห้องเดียวกันเพียงลำพังสองต่อสอง... นี่เป็นที่มาของเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของอันดากับนายอ้น จากเหตุการณ์ครั้งนี้อันดาก็ไม่โทษว่าเป็นความผิดของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว เธอบอกว่า เพราะเราเองก็มีใจให้กับเขา และเขาก็บอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง เมื่อเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเกิดขึ้นอันดาจึงป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการกินยาคุมฉุกเฉินทั้งที่เธอไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย เธอบอกว่า

“หนูไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ก็ไปถามที่ร้านยาพวกเภสัชพวกนี้ค่ะ เขาก็แนะนำ และหนูก็ไม่อยากกินยาคุมที่เป็นเดือนเพราะเราไม่ได้เจอกันบ่อยมากเดือนหนึ่งจะเจอกันสักครั้ง ก็กินทุกครั้งที่พบกัน กินบ่อยจนปวดท้องและมีลิ่มเลือดออกมา จนตอนแต่งงานกันใหม่ ๆ หนูเคยแท้งลูกเพราะว่าหมอบอกว่ามดลูกหนูไม่ดี ก็น่าจะมาจากที่กินยาคุมฉุกเฉิน” เมื่อสอบถามถึงพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยของสามี อันดาจึงบอกว่า

“ก็เคยบอกให้เขาใช้ถุงยางอนามัย แต่เขาก็ไม่ใช้ เขาบอกว่าเขาไม่เคยใช้เขาก็เลยไม่ใช้ หนูก็เลยต้องป้องกันของหนูเอง

ความสัมพันธ์ของอันดากับนายอ้นก็ยังคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ โดยที่ครอบครัวของอันดารู้แค่ว่าสองคนนี้คบกันเป็นแฟนแต่ไม่ทราบถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของทั้งคู่ นอกจากนั้นพ่อของอันดาเองที่กีดกันอันดากับนายอ้นทุกวิถีทางเพราะพ่อและญาติๆ ไม่มีใครชอบนายอ้นและไม่มีใครคิดว่าอันดาจะสามารถฝากชีวิตไว้กับผู้ชายคนนี้ได้ ต่อมาพ่อของอันดาได้ยื่นคำขาดจะตัดพ่อตัดลูกกับอันดาหากยังคบหากับนายอ้น... อันดาจึงต้องเลือกพ่อ อันดาเลิกติดต่อกับนายอ้นไปเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งปี จนเมื่อพ่อของอันดาเสียชีวิตลง นายอ้นจึงกลับเข้ามาสู่เส้นทางชีวิตของเธออีกครั้ง การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนกลับมา นายอ้นพาผู้ใหญ่มาสู่ขอและแต่งงานกับอันดา ชีวิตหลังแต่งงานมีความสุขสามีของอันดาดูแลเทคแคร์เธออย่างดี ทำงานได้เงินก็นำมาให้ภรรยาเก็บ แต่มันก็เป็นเพียงห้าหกเดือนเท่านั้น… ความสุขช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่ออันดาเล่าว่า

“เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ติดเพื่อน กินเหล้าทุกวัน เที่ยวผู้หญิง เล่นยา ติดการพนันเล่นไพ่ กลางวันไปทำงานกลางคืนก็ออกเที่ยว และก็ไม่มีเงินเข้าบ้านเลย เขาไม่รับผิดชอบครอบครัวเลย หนูท้องได้สี่ห้าเดือนหนูยังต้องไปรับจ้างตัดอ้อยอยู่เลย และเราก็ทะเลาะกันบ่อยมากเพราะเขาเมา... เมาทุกวัน เมาเหมือนหมามาเลย และเขาก็จะลงไม้ลงมือกับหนูทุกครั้งที่เมา แม้แต่ตอนที่ท้องเขาก็ทำ เขาก็จะมีตบตีผลักจนเราล้ม ก็เคยสู้เขา ก็สู้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ถ้าเขาเมามากๆ ก็สู้ได้ บางครั้งที่สู้ก็จะโดนหนักกว่าเดิม แต่บางทีสู้เขาแล้วเขาก็จะหยุด”

อันดาได้เผยถึงความรู้สึกของเธอต่อชีวิตครอบครัวอันลุ่มๆ ดอนๆ ของเธอว่า

“ตอนแรกก็อดทน... เพื่อลูก... อดทนทุกสิ่งทุกอย่าง ยอมให้เขาด่าถึงขนาดด่าโคตรพ่อโคตรแม่เราก็ยอม... เพื่อลูก... แต่พอท้องได้สักห้าเดือนก็มารู้สึกไม่ไหวแล้วก็คิดจะเอาลูกออก... ตอนนั้นคือหนูคิดเห็นแก่ตัวไง... คิดว่าถ้าเกิดเราไม่มีลูกเราก็จะไปได้จากเขาได้... ไปหางานทำได้ ถึงขนาดกินยาสตรีกับกรัมม็อกโซน(ยาฆ่าหญ้า)เลยนะ... คือกินยาสตรีไปหนึ่งขวดแล้วกินกรัมม็อกกโซนตาม แต่ว่ามันไม่เป็นไรเพราะมันตีขึ้นอ้วกออกมาก่อน... ตั้งแต่วันนั้นก็ตัดสินใจคือไม่อยู่กับคนๆ นี้อีกแล้ว... คือตอนนั้นมันชั่ววูบ มันหาทางออกไม่ได้พอทำไปแล้วก็เสียใจ... แล้วก็ตัดสินใจเอาลูกไว้และก็ปรึกษาเพื่อนๆ เขาเคยมาอยู่บ้านพักฉุกเฉินเขาก็เลยแนะนำให้มาที่นี่”

อันดายังได้ฝากข้อคิดถึงผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่คิดจะมีคู่ครองอย่างคนที่ผ่านประสบการณ์ตรงมาว่า

“...ก็ต้องดูให้ดีก่อนไม่ใช่จะใช้อารมณ์ชั่ววูบและบางทีเราก็ต้องฟังผู้ใหญ่ด้วย... เพราะตอนนั้นหนูดื้อตัดสินใจเองไม่ฟังใครเลยทั้งที่เขาก็เตือนแล้วญาติพี่น้องทุกคนไม่มีใครเห็นด้วยเลย ตอนนี้ก็โทษตัวเองไม่โทษคนอื่นเลย...”

จากเรื่องของอันดาที่ถ้าพิจารณาตามเวลาในการคบหากันก่อนจะแต่งงานอยู่กินเป็นครอบครัวนั้น ก็นับได้ว่าอันดาได้ใช้เวลาในการพิจารณาผู้ชายคนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ผู้หญิงเราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า การมีสามีก็คล้ายกับการเสี่ยงโชคซื้อล็อตเตอรี่ที่คนซื้อมีโอกาสในการถูกรางวัลเพียงหนึ่งในล้าน ดังนั้น สามีก็เปรียบเสมือนล็อตเตอรี่การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเจอผู้ชายที่จะมาเป็นสามีดีก็มีโอกาสอันน้อยนิด ต้องเสี่ยงดวงกันเลยทีเดียว เข้าทำนองตาดีได้ตาร้ายเสีย ยิ่งในสมัยนี้ด้วยแล้วผู้ชายที่ดีมีความรับผิดชอบ เป็นสุภาพบุรุษ และให้เกียรติภรรยา ช่างหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
...........................................................................................................

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 

อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org

Facebook: สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯบ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง www.facebook.com/apswthailand.org หรือ สามารถดูข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์สมาคม www.apsw-thailand.org

ชีวิตใหม่

  ชีวิตใหม่ Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เรื่อง : ผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน , ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง...