วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

Shopboon for บ้านฉุกเฉิน : จำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือบ้านพักฉุกเฉิน


ร้าน : Shopboon for บ้านฉุกเฉิน

จำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือบ้านพักฉุกเฉิน 


   ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผ่านการทำมืออย่างประณีต ของ ผู้หญิง กลุ่มหนึ่ง ณ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ พวกเธอประสบปัญหาวิกฤตในชีวิต ปัญหาท้องไม่พร้อม ถูกสามีทุบตีทำร้ายร่างกาย - จิตใจ ฯลฯ ล้วนบั่นทอนศักยภาพ คุณค่า และความเชื่อมั่น “งานฝึกอาชีพ” จึงนับเป็นกระบวนการฟื้นฟู เยียวยา เพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีและตัวตนของทุกคนกลับคืนมา

***โปรดช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมด้านอาชีพ ให้พวกเธอได้มีราย

ได้ มีกำลังใจ พร้อมที่จะกลับคืนสู่สังคมอย่างเข้มแข็ง และ มีความสุข   

ด้วยการอุดหนุนผลิตภัณฑ์งานฝีมือของสมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน***


ติดต่อสอบถามและซื้อสินค้าได้ที่

1. พูดคุยกับเราที่ ChatกับShopboon
2.โทร : 085 9004 412  ตั้งแต่ 09.00-16.00น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และอาทิตย์

 หรือ โทร  : 085 1388 333 วันเสาร์ เวลา 08.00-17.00น.

3.LINE ID: alex_0429

เมื่อคุณลููกค้าเลือกสินค้าที่ต้องการได้แล้วรวมทั้งได้ติดต่อสอบถามทำข้อตกลงเรื่องราคาสินค้า+ค่าจัดส่งสินค้าเรียบร้อยแล้ว กรุณา สั่งซื้อได้โดย

การสั่งซื้อและแจ้งชำระเงิน

1.ชำระค่าสินค้าผ่านธนาคาร

 ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 105 - 217137- 4 ชื่อบัญขี สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ (Association for the Promotion of the Status of Women)

2.กรอกรายละเอียดของท่านในลิงก์   แบบฟอร์มแจ้งชำระค่าสินค้า

การจัดส่งสินค้า

ส่งจาก            เขตดอนเมือง จังหวัดกรุงเทพมหานคร

บริษัทขนส่ง     Thailand Post ไปรษณีย์ไทย (EMS)

การจัดส่ง        จัดส่งสินค้าทุกวันจันทร์-ศุกร์


ขนส่งและระยะเวลาในการจัดส่ง

Thailand Post (ไปรษณีย์ไทย) ประมาณ 1-5 วันทำการ ระยะเวลาจัดส่ง

สินค้า คือ จำนวนวันของการขนส่งสินค้า โดยจะเริ่มนับจากวันที่ที่ผู้ให้

บริการขนส่งสินค้า(ไปรษณีย์ไทย)ได้รับสินค้าจากร้าน Shopboon 

เรียบร้อยแล้ว

***หมายเหตุ กรณีลูกค้าต้องการให้จัดส่งขนส่งเอกชน เช่น Grab หรือLine man หรืออื่น ๆ มารับสินค้า ทางร้านรบกวนลูกค้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งเอง

วิธีการติดตามสินค้า

1.เมื่อทางร้านจัดส่งสินค้าแล้วจะจัดส่งใบเสร็จค่าจัดส่งสินค้าพร้อมรหัสการติดตามสินค้า หรือ tracking number ไปยังผู้ซื้อ

2.ติดตามได้โดยกรอก รหัสการติดตามสินค้า หรือ tracking 

number ทางเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นของ ผู้ให้บริการขนส่ง

สินค้า ตามลิงก์  Thailand Post(ไปรษณีย์ไทย) 

3.หรือส่งข้อความมาที่  Chat กับ Shopboon 

***หากผู้ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้า หรือสินค้าที่ได้รับไม่ครบ หรือไม่สมบูรณ์ ผู้ซื้อสินค้า

สามารถแจ้งกลับมาทางร้านภายในระยะเวลา 7 วัน หลังจากสถานะ “การจัดส่งสำเร็จ

 (Successful delivery)” จากบริษัทขนส่ง***

การขอคืนสินค้าและขอเงินคืน ทำได้ในกรณีสินค้ามีปัญหาดังนี้

สินค้าอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ 

 ได้รับสินค้าไม่ครบ

สินค้าไม่ถูกต้องตามที่ลงจำหน่าย(ไม่ตรงปก) 

สินค้าผิดขนาด 

สินค้าที่ได้รับไม่ใช่สินค้าที่ท่านสั่งซื้อ 

***การขอเงินค่าสินค้าและค่าจัดส่งคืนเพียงอย่างเดียว ทำได้ในกรณีที่ ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าที่ทางร้านได้ทำการส่งไป และทำการตรวจสอบแล้วว่าเป็นความบกพร่องของทางร้าน หรือบริษัทขนส่งเท่านั้น***

ขั้นตอนการขอคืนสินค้าและขอเงินคืน

หากผู้ซื้อสินค้า ไม่ได้รับสินค้า หรือสินค้าที่ได้รับมีปัญหาได้รับไม่ครบ หรือไม่สมบูรณ์ หรือ

สินค้าไม่ถูกต้องตามที่ลงจำหน่าย(ไม่ตรงปก) สินค้าผิดขนาด สินค้าที่ได้รับไม่ใช่สินค้าที่สั่งซื้อ

 ผู้ซื้อสินค้าต้องดำเนินขั้นตอนดังนี้

1. ลูกค้าแจ้งกลับมาทางร้านผ่านทาง  ChatกับShopboon   ภายในระยะเวลา 7 วัน หลังจากสถานะ “การจัดส่งสำเร็จ (Successful delivery )” จากบริษัทขนส่ง  

2.ให้กรอกรายละเอียดในลิงก์  แบบฟอร์มการขอคืนสินค้าและขอเงินคืน  

2.รอการตอบรับยืนยันคำขอคืนสินค้าจากทางร้าน  

3.หลังจากที่ทางร้านตอบรับยืนยันคำขอคืนสินค้าให้ทำการแพ็คสินค้าที่ต้องการคืนและทำการ

จัดส่งมายังร้านค้าภายในระยะเวลา 3 วัน นับตั้งแต่ วันที่มีการตอบรับยืนยันคำขอคืนสินค้า

4.เมื่อคุณลูกค้าดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นเรียบร้อยแล้วกรุณาแจ้งค่าส่งสินค้าโดยส่งหลักฐานการจัดส่งสินค้าไปรษณีย์ไทย (ems) มาที่ลิงก์  ChatกับShopboon  กรุณาถ่ายภาพและอัพโหลดใบเสร็จค่าจัดส่งสินค้าที่ชัดเจน โดยให้เห็นรหัสการติดตามสินค้าและราคาค่าส่ง

*ขอให้ส่งกลับโดยบริการขนส่งไปรษณีย์ไทยเท่านั้น ซึ่งทางร้านจะดำเนินการคืนค่าส่งสินค้าให้ท่านตามจริง*

***ในกรณีที่ลูกค้าจัดส่งสินค้าคืนโดยขนส่งอื่นที่ไม่ใช่ไปรษณีย์ไทย ลูกค้าจะไม่ได้รับค่าจัดส่งสินค้าในส่วนเกินจากอัตราส่วน EMS ของไปรษณีย์ไทย ในกรณีที่ร้านไม่สามารถยืนยันอัตราค่าส่งสินค้าคืนได้ ร้าน Shopboon จะขอยึดตามอัตราค่าขนส่งสินค้าขาแรกที่ทางร้านได้จัดส่งให้กับลูกค้า*** 

ระยะเวลาในการคืนเงินค่าสินค้าและค่าจัดส่ง (ตามจริง) ภายใน 7-15 วันทำการ หลังจากทางร้าน Shopboon ได้รับสินค้าที่ลูกค้าส่งคืน โดยยึดจาก “การจัดส่งสำเร็จ (Successful delivery )” จากบริษัทขนส่ง

*หมายเหตุ วันทำการหมายถึงวันจันทร์-ศุกร์ ไม่รวมวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์*


การเปลี่ยนสินค้า

ทำได้ในกรณี เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน  ราคาเท่ากัน และสินค้าต้องอยู่ในสภาพเดิม  ทางร้าน

Shopboon  ยินดีให้ท่านเปลี่ยนสินค้าในเงื่อนไขที่สภาพสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ป้ายราคา

ยังมีสภาพเหมือนตอนรับ ภายใน 7 วัน จากวันที่ท่านได้รับสินค้า ยึดตามสถานะ “การจัดส่ง

สำเร็จ (Successful delivery )” จากบริษัทขนส่ง กรณีที่สินค้ามีจำนวนหลายชิ้นหรือเป็นแพ็ค 

ท่านต้องจัดส่งสินค้ามาเปลี่ยนทั้งแพ็ค หรือทุกชิ้น โดยขั้นตอนดังนี้

1.ลูกค้าแจ้งกลับมาทางร้านภายในระยะเวลา 7 วัน หลังจากสถานะ “การจัดส่งสำเร็จ (Successful delivery )” จากบริษัทขนส่ง โดยติดต่อเจ้าหน้าที่ทาง ChatกับShopboon 

2.ให้ลูกค้า กรอกรายละเอียดในลิงก์ แบบฟอร์มการขอเปลี่ยนสินค้า

3.รอการตอบรับยืนยันคำขอเปลี่ยนสินค้าจากทางร้าน  

4.หลังจากที่ทางร้านตอบรับยืนยันคำขอเปลี่ยนสินค้า ให้คุณลูกค้าทำการแพ็คสินค้าที่ต้องการคืนและทำการจัดส่งมายังร้านค้าภายในระยะเวลา 3 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการตอบรับยืนยันคำขอคืนสินค้า 

***หากสินค้ามาถึงทางร้าน เกินเวลา 3 วันตามที่กำหนด ทางร้าน shopboon จะส่งสินค้าเดิมคืนลูกค้า โดยลูกค้าต้องรับผิดชอบ

ในค่าจัดส่งสินค้าทั้งหมด***

5.ร้านShopboonจะทำการเปลี่ยนสินค้าให้กับท่านและจัดส่งสินค้า ภายใน 7 วันทำการ

6.คุณลูกค้า/ผู้ซื้อ ต้องรับผิดชอบในส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเพื่อเปลี่ยนสินค้าทั้งหมด

ทั้งการแลกเปลี่ยนสินค้า และขอคืนสินค้าและขอคืนเงิน กรุณาแพ็คสินค้าแล้วส่งกลับมาที่

กรุณาส่ง

        คุณสุภาภรณ์  สองห้อง

        ฝ่ายการศึกษาและฝึกอาชีพ อาคารนารินทร์กรุณา (คืนสินค้า)

        สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ

        เลขที่ 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ 

        แขวงสีกัน เขต ดอนเมือง กรุงเทพฯ

        10210

        โทร.: 0859004412 หรือ 0851388333



วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สาหัส

 

สาหัส

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ


“นิดหน่อย” ที่เพิ่งเข้ามารับการช่วยเหลือที่บ้านพักฉุกเฉิน เธอประสบปัญหาสามีใช้ความรุนแรงกับเธอและลูก ซึ่งลูกสาววัยสองเดือนของเธอถูกสามีทำร้ายร่างกายจนมีอาการสาหัสและเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าลูกสาวของนิดหน่อยจะสามารถมีลมหายใจและลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้ได้อีกครั้งหรือไม่?...

       นิดหน่อย เป็นเด็กสาววัยรุ่น อายุเพียง 15 ปี รูปร่างผอมสูง ผิวคล้ำ ด้วยวัยที่เพิ่งจะพ้นวัยเด็กมาเพียงน้อยนิดแต่นิดหน่อยกลับผ่านอะไรต่ออะไรมาอย่างมากมาย... ในวัยเด็กพ่อแม่ของนิดหน่อยต่างก็ชิงเสียชีวิตไปก่อนทำให้นิดหน่อยไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อและแม่มากนัก มีเพียงป้าที่เป็นพี่สาวของพ่อที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่จำความได้จนนิดหน่อยเรียกป้าว่าแม่ ป้านั้นก็ต้องทำงานตัวเป็นเกลียว ด้วยป้าก็มีลูกของตนเองให้ต้องดูแลอยู่แล้ว 3 คน อีกทั้งเมี่อลุงเสียชีวิตป้าก็ไม่ได้มีสามีใหม่ ป้ายังคงเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีเรือพ่วงให้ดูแลอีกสี่ชีวิต... แต่นิดหน่อยก็ยังบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่นเพราะป้าก็เอาใจใส่ดี

       นิดหน่อย ยอมรับว่าเธอไม่ใช่เด็กดี เรียบร้อย เท่าใดนัก อายุ 13 ปี เธอก็ทดลองมาหมดแล้วทั้ง บุหรี่ กัญชาและยาบ้า เธอบอกว่า “ ก็แค่อยากลองเฉยๆ… หนูสูบบุหรี่ทุกวันๆ ละ 2-3 มวน แต่หนูไม่ติดนะมาอยู่ที่นี่หนูก็ไม่ได้สูบก็ไม่ได้อยากอะไรมากไม่สูบก็ได้ ” นิดหน่อยเรียนจบชั้นป.6 เธอก็ไปทำงานรับจ้าง ทั้งรับจ้างก่อสร้าง และรับจ้างตามโรงงานต่างๆ

         นิดหน่อย ผ่านการมีสามีมา 3 คน และมีลูกสาว 1 คนที่เกิดกับสามีคนแรก เธอเล่าถึงสามีคนแรกให้เราฟังว่า

          “กับคนแรกเราพบกันเพราะว่าเป็นเพื่อนๆ พี่ๆ กลุ่มเดียวกัน ตอนนั้นหนูอายุ 13 ปี พี่เขาอายุ 27 ปี ก็คบกันประมาณ 4-5 เดือนแล้วก็เลยมาอยู่กินด้วยกัน ก็อยู่ด้วยกันเกือบสองปี ก็คุมด้วยการกินยาคุมแต่กินบ้างไม่กินบ้างก็ท้องน้องที่ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลนั่นแหล่ะค่ะ แต่หนูเลิกกับเขาตั้งแต่ยังท้องนะคะ”

         เมื่อถามถึงสาเหตุของการเลิกลานิดหน่อยจึงบอกว่า “ ดูแล้วไม่ไหวเลย เขาขี้เกียจ พึ่งพาไม่ค่อยได้ ไม่มีความรับผิดชอบ เลิกเลยดีกว่า ”

         หลังจากเลิกกับสามีคนแรก นิดหน่อยจึงกลับมาอยู่กับป้า และไม่กี่วันนิดหน่อยก็ตกลงอยู่กินกับผู้ชายอีกคนหนึ่งเขาอายุเพียง 18 ปี ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป นิดหน่อยรู้จักกับเขามาเป็นปีแล้ว และเขาก็ไม่ได้รังเกียจที่เธอท้อง แต่หลังจากคลอดลูกได้เพียงสิบกว่าวันก็มีเหตุให้นิดหน่อยต้องเลิกกับสามีคนนี้อย่างที่ไม่มีทางเลือก... ซึ่งเป็นเหตุให้ชีวิตของลูกสาวของเธอที่ยังเป็นทารกต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความเป็นความตายเช่นปัจจุบันนี้

       นั่นคือสามีคนที่ 3 ผู้ชายวัย 29 ปี ที่เหมือนถูกยัดเยียดเข้ามาสู่ชีวิตของนิดหน่อย... ในอดีตเขาเคยผ่านมาเป็นฝันร้ายของนิดหน่อยครั้งหนึ่งแล้วแต่นิดหน่อยไม่เคยเล่าให้ใครฟัง... ด้วยเธอคิดว่าฝันร้ายครั้งนั้นคงจะไม่กลับมาหาเธออีก… แต่…

         “ หนูไม่เคยรักเขาเลย แต่ว่าเมื่อสองปีก่อนเขามาเสพยาอยู่ละแวกบ้าน และเขาก็บังคับให้หนูมีเพศสัมพันธ์ด้วยครั้งหนึ่ง… แล้วพอมาตอนนั้นอยู่ๆ เขาก็มาที่บ้าน… หนูว่าเขาคงเมายาด้วย… เขามาอาละวาดไล่แฟนใหม่หนูแล้วมาบอกว่าหนูเป็นเมียของเขาแฟนใหม่ของหนูก็เลยเลิกกับหนู ”

          หลังจากความจริงเปิดเผยแทนที่ผู้ชายคนนี้จะถูกกีดกันจากนิดหน่อยกลับกลายเป็นว่าเธอต้องอยู่กินกับฝ่ายชาย เพราะที่บ้านของเขาค่อนข้างมีเงินมีอิทธิพล… แต่นิดหน่อยก็บอกว่าในช่วงแรกๆ เขาก็ดีกับเธอและลูกมาก เขาช่วยเลี้ยงดูลูกและยังดูรักลูกของนิดหน่อยมาก แต่พอผ่านไปสักสองเดือนเขาก็เริ่มเหม่อลอย และใช้ความรุนแรง เวลาที่เขาโมโหหึงก็จะใช้ทั้งมือและเท้าทำร้ายเธอพร้อมทั้งด่าทอ ตะคอก คำหยาบสารพัด และหนักเข้าการใช้ความรุนแรงของเขาก็เริ่มลุกลามมาที่ลูกของเธอ… เขาทำกับลูกของเธอสารพัด เริ่มตั้งแต่ ตะคอก ตวาด ให้เงียบเมื่อเด็กร้อง ทุ่มตัวเด็กลงที่นอนอย่างแรง ๆ ถ้ายังไม่เงียบก็จะเอาสิ่งแปลกปลอมกรอกปาก… แม้เป็นผู้ใหญ่ก็คงจะทนไม่ไหวนับประสาอะไรกับเด็กทารกวัยเพียงสองเดือนเท่านั้น... สุดท้ายเด็กน้อยจึงบาดเจ็บสาหัสจากการถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายและมีภาวะเป็นน้อยกว่าตาย... ซึ่งนิดหน่อยบอกว่า

         “ ปาฎิหารย์เท่านั้นมั้งพี่ที่จะช่วยให้ลูกหนูฟื้นและกลับมาเป็นปกติ... หนูคงไม่หวังอะไรบางทีก็คิดว่าถ้าเขาไปจะได้ไม่ทรมานแบบนี้… เวลาหนูไปยี่ยมลูกหนูสงสารเขาตัวเขาแค่นั้นแต่สายอะไรไม่รู้เต็มตัวไปหมด... หนูบอกเขานะว่า… ถ้ามันไม่ไหวมันทรมานก็ไปเถอะไม่ต้องห่วงแม่…ไว้ชาติหน้าค่อยกลับมาเป็นแม่ลูกกันใหม่ ”

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2563

หนีไม่พ้น

 

หนีไม่พ้น

ฺBased on true story by emergency home
เจ้าของเรื่อง : ผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉิน
ผู้เขียน : จิตรา นวลละอออง

 

   เหตุใดมนุษย์ที่เหนือกว่าทางด้านสรีระจึงมักใช้กำลังข่มเหงคนที่อ่อนแอหรือด้อยกว่าทั้งทางสติปัญญา และความแข็งแรงทางร่างกาย... ถ้าทางจิตวิทยาคงจะอธิบายถึงสัญชาติญาณความก้าวร้าวของมนุษย์ หรือไม่ก็เพราะว่าผู้กระทำเคยมีประสบการณ์ความรุนแรงในวัยเด็กมาก่อน... หรือเราอาจอธิบายด้วยทฤษฎีชายเป็นใหญ่... มีหลากหลายเหตุผลที่นักวิชาการมักพยายามค้นหาสาเหตุหรือเหตุผล แต่หากเราเป็นผู้ถูกกระทำคงไม่อยากรู้หรือเข้าใจสาเหตุเท่าใดนัก เราเพียงต้องการป้องกันตัวให้พ้นภัยจากคนเหล่านี้ ไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อ หรือจะมีวิธีจัดการผู้ที่กระทำกับเราหรือจัดการกับผู้ที่กระทำต่อคนที่อ่อนแอกว่าอย่างไร

       ในช่วงเช้าตรู่ของวันหนึ่ง สถานพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งได้นำส่งผู้หญิงสาว หน้าตาดี วัย 26 ปี คนหนึ่งมาให้บ้านพักฉุกเฉินช่วยดูแล เธอบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ เธอชื่อ เจี๊ยบ

     เจี๊ยบเล่าว่า เธอเป็นหนึ่งในจำนวนคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เพราะความยากจนเป็นเหตุ เจี๊ยบเป็นลูกคนที่ 7 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 9 คน พ่อกับแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เจี๊ยบเรียนจบชั้นป.6 แม้เธอจะเป็นเด็กเรียนดีแต่ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ได้เรียนต่อ พี่สาวจึงพาน้องสาวไปสมัครทำงานโรงงานทั้งที่อายุยังไม่ถึงวัยทำงาน ดังนั้นค่าแรงของเจี๊ยบก็น้อยนิดเท่าวัยของเธอเช่นกัน เธอจึงทำงานที่นี่ได้ไม่นานเพราะค่าจ้างไม่พอเลี้ยงปากท้อง เจี๊ยบออกมาทำงานรับจ้างทั่วไปและพักอยู่ที่บ้าน จนอายุได้ 17 ปี เจี๊ยบถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่เจี๊ยบไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลย แต่เจี๊ยบไม่มีทางเลือกเธอต้องแต่งงานและโยกย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่กับชายแปลกหน้าที่กลายเป็นสามีของเธอโดยไม่ได้รัก

    ชีวิตครอบครัวของเจี๊ยบไม่มีความสุขเลย ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยรักสามี และพาลหาเรื่องทะเลาะกับสามีแทบทุกวัน สามีก็เอาแต่กินเหล้าเมายา ไม่รับผิดชอบครอบครัว ญาติๆ สามีก็ไม่มีใครสนใจใยดีในตัวเจี๊ยบ 

    เจี๊ยบท้องลูกคนแรกตอนอายุเพียง 18 ปี เพราะเจี๊ยบไม่เคยรู้เรื่องการคุมกำเนิด สามีของเธอดีใจมาก แต่ ก็แค่ในช่วงแรก ๆ เท่านั้น เพราะไม่นานก็กลับมาทะเลาะกันเช่นเดิม ซ้ำสามียังทุบตีทำร้ายเจี๊ยบ แม้เจี๊ยบจะอุ้มท้องลูกของเขาก็ตาม เจี๊ยบต้องอดทนเก็บเรื่องราวอันแสนเศร้าไว้กับตัวเองคนเดียวเพื่อลูกและครอบครัว... เธอยังมีความคาดหวังว่าเมื่อเธอคลอดลูกแล้วสามีคงดีขึ้น แต่เราไม่ควรคาดหวังกับสามีของเจี๊ยบมากมายนักเพราะเขามีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง ทั้งอาละวาด ทุบตีทำร้ายและทำลายข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน จนเจี๊ยบหมดความอดทนเธอพาลูกหนีไปหาแม่ แต่ก็คงไม่พ้นเพราะอยู่ในจังหวัดเดียวกัน สามีตามมาง้อขอให้เจี๊ยบกลับบ้าน เขาจะปรับปรุงตัว ขอให้เห็นแก่ลูก แล้วเจี๊ยบก็ใจอ่อน 

    เธอพาลูกกลับไปใช้ชีวิตครอบครัวกับเขาอีกครั้ง แต่ก็แค่ช่วงแรกๆเท่านั้น(อีกแล้ว) สามีคนเดิมคนโหดของเจี๊ยบก็กลับมาพร้อม ๆ กับที่เจี๊ยบก็ท้องลูกคนสุดท้อง สามีดีใจเหมือนเดิม และยังมีพฤติกรรมทุบตีทำร้ายเหมือนเดิม 

    ตอนลูกคนเล็กอายุได้ 3 ขวบ เจี๊ยบจึงหนีอีกครั้ง คราวนี้เจี๊ยบไปหาพี่สาวที่อีกจังหวัดหนึ่ง สามีไม่เคยตามไปง้อขอคืนดีกับเจี๊ยบอีกเลย จนอีกประมาณครึ่งปีสามีต้องการมีครอบครัวใหม่จึงติดต่อขอหย่าขาดจากเจี๊ยบโดยแบ่งลูกไปดูแลกันครอบครัวละหนึ่งคน 

 เจี๊ยบได้ลูกคนเล็กมาอยู่ในความดูแล และพาไปฝากพี่สาวเลี้ยงให้ ส่วนตัวเองเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และส่งเงินให้พี่สาว เบื้องต้นเจี๊ยบได้ทำงานรับจ้างทั่วไป เช่น รับจ้างเป็นแม่บ้าน รับจ้างทำความสะอาด... แล้วเจี๊ยบก็ได้พบและอยู่กินกับผู้ชายคนใหม่ อยู่ด้วยกันได้ประมาณ 5 เดือนก็ต้องแยกทางกันเพราะเขามีเมียน้อย…

         หลังจากนั้นเจี๊ยบจึงไปทำงานรับจ้างเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ห้างแห่งหนึ่ง... เจี๊ยบทำงานอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 1 เดือน ชีวิตที่คาดว่าน่าจะลงตัวของเจี๊ยบก็มีอันต้องพลิกผัน... เพราะเจี๊ยบถูกหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานทำร้ายทางเพศ... เหตุการณ์ที่เกิดเจี๊ยบไม่อยากจะเอ่ยถึงมันเลยเพราะมันเป็นฝันร้ายสำหรับเธอ แต่เธอก็ฝืนความรู้สึกเล่าให้กับเราได้ฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่เพศหญิงที่อ่อนแอกว่าเพศชายได้ระแวดระวังภัยไว้ว่า... 

    "ในวันนั้นเป็นช่วงเย็น หัวหน้างานของเจี๊ยบดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนร่วมงานผู้ชายคนหนึ่ง เขาทั้งสองคนดูท่าทางเมามาก แต่หัวหน้าก็ได้เรียกเจี๊ยบเข้าไปคุยในห้องเขาบอกว่าจะคุยเรื่องงานเพราะเจี๊ยบเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่... เจี๊ยบไม่ได้คิดระแวงอะไรเธอจึงตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของผู้ชายสองคน พวกเขาพยายามปล้ำกอดและถอดเสื้อผ้าของเธอเจี๊ยบรู้แล้วว่าพวกมันพยายามจะข่มขืนเธอ ชายคนหนึ่งจับและทำหยาบคายกับร่างกายส่วนบน อีกคนใช้มือทำร้ายร่างกายส่วนล่างของเธอ... เจี๊ยบ ร้องต่อสู้ดิ้นทุรนทุรายแต่ไม่เป็นผล... เจี๊ยบเจ็บปวดมากจนหมดสติไป เมื่อเธอตื่นมามีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศเป็นลิ่ม ๆ เธอไม่อาจรู้ได้ว่าช่วงที่เธอหมดสติไปคนชั่วพวกนี้ทำอะไรกับร่างกายของเธอบ้าง... เมื่อเธออยู่ในสภาพที่ย่ำแย่หัวหน้างานคงกลัวความผิดจึงลนลานรีบพาเจี๊ยบไปตรวจที่คลินิกแห่งหนึ่ง แพทย์ตรวจและฉีดยาแก้ปวดให้ เมื่อกลับมาหัวหน้างานพยายามหว่านล้อมเจี๊ยบไม่ให้เอาเรื่องตน แต่เจี๊ยบยังไม่มีแก่ใจคิดเรื่องนั้นเพราะเลือดยังออกอยู่เรื่อย ๆ เธอจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้หญิงให้ช่วยพาไปหาหมอ และแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวเจี๊ยบไปรับการรักษาที่รพ.ตำรวจ พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้กระทำโดยตำรวจสามารถจับหัวหน้างานได้ซึ่งเขาก็ยอมรับสารภาพ ส่วนอีกคนนั้นหลบหนีไป หลังจากออกจากโรงพยาบาลตำรวจเจี๊ยบได้รับการส่งตัวเข้ามาพักฟื้นร่างกายและจิตใจที่บ้านพักฉุกเฉิน "

    ระหว่างรอความคืบหน้าด้านคดี เจี๊ยบใช้เวลาว่างในการเรียนหลักสูตรฝึกอาชีพที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ จนกระทั่งเธอหายดีจึงได้ออกไปทำงาน ระหว่างที่เจี๊ยบเล่าเรื่องพวกนี้ให้เราฟังเธอได้ตั้งคำถามว่า.. "หนูไม่เข้าใจทำไมพวกเขาต้องทำหนูๆไม่เคยทำความเจ็บช้ำน้ำใจอะไรให้เขาเลย... แล้วทำไมหนูจึงหนีไม่พ้นคนพวกนี้สักที…"

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1 ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. อีเมลล์: knitnaree@hotmail.com และ ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-3 ต่อ 109,113 หรือ 0 2 929 2308 อีเมลล์: admin@apsw-thailand.org

Facebook: สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯบ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง www.facebook.com/apswthailand.org หรือ สามารถดูข้อมูลรายละเอียดผ่านทางเว็บไซด์สมาคม www.apsw-thailand.org

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ชีวิตที่เลือกไม่ได้

ชีวิตที่เลือกไม่ได้

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ

เจ้าของเรื่อง: ผู้หญิงที่พักพิงอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน  / ผู้เขียน: จิตรา นวลละออง

“อารี” เด็กสาววัยรุ่น ผิวขาว ผมยาวหยักศก รูปร่างเธอสูงโปร่งสมส่วน เธออยู่ในชุดเครื่องแบบของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เธอกำลังหัวร่อ และพูดคุยเย้าแหย่อยู่ในหมู่เพื่อนฝูงวัยเดียวกัน หากเรามอง และตัดสินคนจากภาพภายนอก ณ ขณะนั้นเธอก็คือเด็กสาววัยสดใสธรรมดา ๆ  คนหนึ่ง  แต่กว่าจะมาถึงวันนี้เธอผ่านอะไรมามากมายกว่าที่ใคร ๆ จะคาดคิด...

บางครั้งความยากจน ก็ทำให้ตัวเลือกในชีวิตของคนเราน้อยลงไปด้วย อย่างเช่นชีวิตของ อารีและแม่ หลังจากพ่อแท้ ๆ ได้หายตัวไปไม่นาน แม่ซึ่งต้องแบกรับภาระหาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพังจึงได้พบเจอกับผู้ชายคนใหม่ที่ดูดี และน่าจะเป็นหลักยึดให้กับชีวิตของเธอและบุตรสาวที่กำลังซวนเซเพราะขาดผู้นำครอบครัว แต่ชีวิตกลับพลิกผันไม่เป็นไปอย่างที่คิด

เมื่อในเช้าวันหนึ่ง แม่ออกไปทำงานตามปกติ  ส่วนอารีไม่ได้ไปโรงเรียนเนื่องจากไม่สบาย อารีทานยาลดไข้ และหลับไหลไปอย่างง่ายดาย พ่อเลี้ยงที่อารีรัก และเคารพประหนึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ของตนเองได้ฉวยโอกาสนั้นเข้ามาข่มขืนอารี เด็กหญิงที่มีอายุเพียง 14 ปี  อารีไม่รู้ตัวว่าเธอถูกลักหลับ เธอตื่นขึ้นมาพบว่าร่างกายส่วนล่างมีเลือดออก เด็กหญิงผู้ไร้เดียงสาคิดว่าเป็นประจำเดือนที่มาตามธรรมชาติของเพศหญิง จึงมิได้เฉลียวใจว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอันเลวร้ายแทบจะที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิง ก็ว่าได้

          จากวันนั้นผ่านมาราว ๆ 6 เดือน อารีมีรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไป เธออ้วนขึ้น โดยเฉพาะตรงช่วงท้องที่เพิ่มขนาดขึ้นจนผิดสังเกต จนแม่คิดว่าอารีอาจป่วยเป็นเนื้องอกในมดลูก จึงพากันไปโรงพยาบาล แพทย์แจ้งผลตรวจที่ทำให้สองแม่ลูกรู้สึกช็อค คำถามมากมายเกิดขึ้นกับแม่ลูกคู่นี้ ท้องจริงเหรอ?  ท้องได้อย่างไร?  ท้องกับใคร?  เมื่อไร?  แล้วคำถามต่างๆ ก็เฉลยด้วยตัวมันเอง  เมื่อพ่อเลี้ยงรับรู้ว่าอารีตั้งท้อง  เขาก็ได้หายตัวไป และอารีได้เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งเธอไม่สบายให้แม่ฟัง

ความเศร้าเสียใจ  ความโกรธแค้น  ที่ผู้ชายที่เธอรักทำกับลูกสาวของเธอถาโถมเข้าใส่ และลงท้ายด้วยความรู้สึกผิด และเจ็บใจตัวเอง ที่ชักพาสัตว์นรกในคราบมนุษย์เข้ามาในชีวิตบุตรสาว  แม่ของอารีไปแจ้งความในทันที  และอารีไม่สามารถที่จะพักอาศัยอยู่ในความดูแลของแม่ในบ้านเดิมได้ ทั้งอับอายคนในชุมชน ทั้งความหวาดระแวงว่าพ่อเลี้ยงที่เปรียบดั่งซาตานในคราบชายสูงวัยใจดี จะกลับมาก่อกรรมกับเธออีก  จากความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล อารีจึงได้ถูกส่งตัวมาพักอยู่ในความดูแลของบ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง

อารีเด็กสาววัยรุ่นเธอถูกยัดเยียดให้เป็นแม่ต้องอุ้มท้องเด็กที่เธอไม่รู้ว่า เธอจะรักเขาได้หรือเปล่า อารีถูกทำให้ไม่มีทางเลือก จากน้ำมือของผู้ชายที่เธอเรียกว่า...พ่อ

ระยะเวลาไม่นานในความเป็นจริง แต่ช่างยาวนานในความคิด และความรู้สึก อารีได้ให้กำเนิดเด็กทารกเพศหญิงก่อนกำหนด เด็กน้อยมีอายุเพียง 30 นาทีก็จากไป อารีสับสนเธอดีใจ และเสียใจปะปนกัน อารีคงเป็นคนเลวน่าดูที่ดีใจโล่งใจที่เด็กคนนั้นตายเสียได้ แต่อีกฟากหนึ่งของความรู้สึก อารีก็รู้สึกใจหาย และเศร้าสลด นั่นคงเป็นสัญชาติญาณของเพศแม่ที่ต้องสูญเสียลูกไป แต่หากลูกของอารียังมีชีวิตอยู่อารีจะรักลูกได้อย่างสนิทใจหรือไม่ อารีจะเอาความกลียด ความโกรธแค้น ความกดดันต่าง ๆ มาหล่อเลี้ยงเด็กคนนี้ที่ทำให้ชีวิตอารีมีทางเลือกน้อยลง หรือแทบไม่มีทางเลือกเลยหรือไม่ อันนี้อารีก็ไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่ผ่านมาอารีเจ็บปวดเหลือเกิน แม้จะมีผู้คนมากมายรับฟังเรื่องราวของอารี และบอกกลับมาว่าเข้าใจ... เห็นใจ... แต่จริงๆ แล้วก็ไม่มีใครสามารถเข้าใจ และเจ็บปวดอย่างลึกซึ้งจนติดตัวไปจนตายได้เท่ากับ อารี...

ปัจุบัน อารี และผู้เป็นแม่ ได้ผ่านกระบวนการการช่วยเหลือของบ้านพักฉุกเฉินไปแล้ว ทั้งเรื่องการดูแลด้านคดีความ การส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับอารี รวมทั้งการช่วยเหลือสงเคราะห์ครอบครัวเมื่ออารีและแม่ออกไปดำเนินชีวิตในสังคมภายนอก แม้ว่าในจิตใจของอารีจะยังคงมีบาดแผลที่กลายเป็นรอยด่างในชีวิตที่ไม่มีวันที่เธอจะลืมได้ แต่ชีวิตของอารีและแม่ก็ต้องก้าวเดินต่อไป...

........………………………………………………………………………………………………….......... 

หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1    ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113   E-mail: admin@apsw-thailand.org    เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org     

 


วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ซาตานในร่างนักบุญ


ซาตานในร่างนักบุญ

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง
           

         คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งการแข่งขัน เร่งรีบ ยิ่งในครอบครัวที่หาเช้ากินไม่พอค่ำแล้วนั้น การทำมาหากินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนในครอบครัวนั้น ๆ ช่วงเวลาในการอยู่ร่วมกัน หรือการดูแลเอาใจใส่กันก็ลดน้อยลงไปด้วย            สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกในวัยเรียนก็คิดว่าหมดห่วง ภาระในการเลี้ยงลูกลดลงเพราะโรงเรียนและครู อาจารย์ ได้รับช่วงต่อไป พ่อแม่จะได้เอาเวลาไปทำงานให้ได้มากที่สุด  ดังนั้นเมื่อลูกได้เปลี่ยนสังคมใหม่จากบ้านสู่โรงเรียน ความไว้วางใจ ความศรัทธา ทั้งหมดจึงไปอยู่ที่ครู อาชีพครูนั้น เป็นอาชีพที่น่าเคารพถือเป็นแม่พิมพ์ เป็นเรือจ้าง ที่รับส่งลูกศิษย์จนถึงฝั่ง ...แต่ในบางครั้ง ครู ก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีทั้งคนดี คนชั่ว มีทั้งคนที่สามารถยับยั้งควบคุมกิเลสตัณหาได้ และคนที่ควบคุมยับยั้งสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เลย และคนเหล่านั้นได้มาประกอบอาชีพอันน่าเคารพยกย่องนี้... มีพ่อแม่หลายคนที่ปล่อยลูกให้อยู่ในการดูแลของครู โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ภายใต้หน้ากากที่ดูน่าเคารพ และมีเกียรตินั้น ได้ซ่อนเขี้ยวเล็บและความโฉดชั่วไว้เพื่อรอวันฝังคมเขี้ยวอสรพิษร้ายไว้ที่ลูกหลานของตน ดังเช่น ครอบครัว ยากจน ครอบครัวหนึ่ง นั่นคือ ครอบครัวของเด็กสาวที่ชื่อ "ปลาย"
          ครอบครัวของปลายมีฐานะยากจน พ่อแม่ทำงานรับจ้างทั่วไป เพราะไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ปลายเป็นลูกคนเดียว ภายในครอบครัวก็รักใคร่กันดี  พ่อแม่ของปลายก็คล้าย ๆ กับคนทั่วไปที่ให้ความนับถือและไว้วางใจคนที่เป็นครูของลูก และยิ่งในสังคมต่างจังหวัดด้วยแล้วมักยกย่องว่าครูคือพ่อแม่คนที่สองของลูกด้วยซ้ำ  ดังนั้นเมื่อมีครูผู้ชายคนหนึ่งที่โรงเรียนมาขอตัวปลายไปรับจ้างทำความสะอาดที่บ้านพัก พ่อกับแม่จึงอนุญาต ขณะนั้นปลายกำลังเรียนอยู่ระดับมัธยมต้น แรก ๆ ปลายก็ไปทำงานที่ได้รับมอบหมายตามปกติ งานที่ทำก็จะเป็น การกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน  และซักเสื้อผ้า ซึ่งไม่ได้หนักหนาอะไร  และยังได้ค่าจ้างไว้เป็นค่าขนมไปโรงเรียนด้วย  ชีวิตช่วงนี้ของปลายก็มีความสุขดี เช้าไปโรงเรียนตามปกติ หลังเลิกเรียนก็ไปทำความสะอาดบ้านคุณครู พ่อแม่ก็หมดห่วงที่ลูกไปทำงานบ้านครูไม่ได้ไปเที่ยวเตร่เหลวไหลที่ไหน
แต่ไม่นานครูก็ได้ลอกคราบกลายเป็นซาตานร้ายที่ใช้กำลังบังคับข่มขืนเธอ   ซ้ำหลังจากเสร็จกิจแล้วยังข่มขู่ปลายว่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกให้คนอื่นรู้ หรือเรื่องถึงตำรวจเมื่อใดจะตามไปฆ่าทิ้งทั้งครอบครัว ด้วยความเป็นเด็กปลายหวาดกลัวอย่างมาก ไม่กล้าบอกใคร เธอจึงต้องตกเป็นเหยื่ออารมณ์ทางเพศของครูคนนั้นหลายครั้ง โดยที่ไม่มีใครเอะใจสงสัยเลย      เด็กหญิงอายุ 13 ปี ต้องกล้ำกลืนฝืนทนมีเพศสัมพันธ์กับคนที่เธอเรียกว่าครูอยู่เรื่อยมา เธอต้องยอมเพราะครูเป็นคนที่มีอำนาจและฐานะทางสังคมที่เหนือกว่าเธอและครอบครัว ถ้าคนอื่นรู้ความจริงจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอและพ่อกับแม่...
แต่สุดท้ายปลายก็ไม่สามารถแบกรับเรื่องราวเหล่านั้นไว้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป  ปลายจึงตัดสินใจเล่าให้พ่อฟัง . แล้วทุกอย่างก็ได้ดำเนินไปตามกระบวนการที่ควรจะเป็น
         ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายต่าง ๆ ปลายจึงได้เข้ามาอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉิน เพื่อพักฟื้นและเยียวยาจิตใจ ภายนอกปลายอาจดูเป็นเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ที่สนุกสนานร่าเริง ซึ่งบางครั้งเราจะพบว่าปลายร่าเริงจนเกินปกติ เหมือนเธอแสร้งแสดงอาการเหล่านั้นออกมา ซึ่งจริง ๆ แล้วปลายรู้สึกเสียใจ ปลายมองไม่เห็นอนาคต เธอรู้สึกผิดที่ทำให้พ่อแม่เสียใจและผิดหวัง ภายในจิตใจเธอร้องไห้  ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเธอเลย
         เราเชื่อว่ายังมีผู้หญิง และเด็กอีกหลายคนในหลายมุมของโลกใบนี้ที่ต้องพบกับความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ  และความรุนแรงทางเพศ โดยเฉพาะจากคนใกล้ตัว      อาชีพ ฐานะ และการศึกษา ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถการันตีความเป็นคนดีของมนุษย์ได้เลย

...……………………………………………………………………………………………………………
หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1    ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113 E-mail: admin@apsw-thailand.org เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org   

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563

ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?


ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน?

Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
เรื่อง : ผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน  
  ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง

“ตะวัน” หญิงสาวผิวขาว อายุ 29 ปี ขณะนี้เธอกำลังตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สอง เธอเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว พ่อแม่ของเธอแยกทางกันตั้งแต่เธออายุได้เพียง 9 ขวบ หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน พี่สาวและแม่ส่งให้ตะวันเรียนจนจบป.6   แม้ว่าท่านทั้งสองจะอยากส่งให้ตะวันเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีก แต่ตะวันก็ไม่อยากเรียนเธออยากทำงานมากกว่า ตะวันจึงออกมาทำงานรับจ้างที่ร้านวีดีโอแห่งหนึ่ง ซึ่งรายได้ก็ไม่ได้มากมายนัก แต่ว่าอาศัยกินอยู่ที่บ้านนายจ้างก็พออยู่ได้ 

จนกระทั่งตะวันอายุได้ 17 ปี เธอจึงได้พบกับ “นายวัฒนา” ซึ่งเป็นลูกค้ามาเช่าวีดีโอที่ร้าน นายวัฒนามีอายุมากกว่าตะวันถึง 16 ปี คบหากันไม่นานก็จดทะเบียนสมรสอยู่กินกับเขาเลย นายวัฒนานั้นเป็นพนักงานบริษัท ชีวิตครอบครัวของตะวันกับวัฒนานั้นก็ดีไม่มีอะไรแต่ในความไม่มีอะไรก็มีปัญหาช่องว่างระหว่างวัย นายวัฒนานั้นมีความเป็นผู้ใหญ่ แต่ ตะวันนั้นยังมีความเป็นเด็กเอาแต่ใจ จนทะเลาะกันและห่างเหินกัน ตะวันใช้ชีวิตครอบครัวกับนายวัฒนาได้ 5 ปี มีลูกด้วยกันหนึ่งคน และชีวิตคู่จบลงที่ต้องแยกทางกันด้วยเหตุผล “เราไปด้วยกันไม่ได้” ซึ่งหลังจากตกลงหย่ากันฝ่ายนายวัฒนาได้รับลูกไปดูแล  
หลังจากแยกทางกับนายวัฒนา ตะวันได้ไปทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท ซึ่งทำให้ตะวันได้มาพบกับ “นายจิม” นายจิมอายุมากกว่าตะวัน 3 ปี ตะวันตัดสินใจจดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับนายจิมอย่างรวดเร็ว ชีวิตคู่ของตะวันกับนายจิมก็ไม่ราบรื่นนักเพราะนายจิมเป็นคนหน้ตาดี เจ้าชู้ กินเหล้า ชอบเที่ยว ตะวันอยู่กับนายจิมได้หนึ่งปีนายจิมก็ทอดทิ้งเธอไปมีผู้หญิงอื่น โดยที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากันเลย ตะวันบอกว่า 
“เขาทิ้งหนูไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นเลย ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากันเลยด้วยซ้ำ นี่ผ่านมาสองปีกว่าก็ยังไม่ได้เจอกันเลย” 

แต่ก็ยังโชคดีที่ตะวันไม่ได้มีลูกกับนายจิม

เมื่อนายจิมทอดทิ้งไป ตะวันก็ทำงาน ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวจนกระทั่งเพื่อนได้แนะนำให้ตะวันได้รู้จักกับ “นายพล” เด็กรุ่นน้องอายุน้อยกว่าเธอ 4 ปี คบกันไม่นานนายพลก็ชวนตะวันไปอยู่กินด้วยกันที่บ้านซึ่งมีพ่อแม่และย่าของเขาอยู่ด้วย การอยู่ร่วมกับครอบครัวของนายพลไม่ราบรื่นนักเพราะญาติฝ่ายชายไม่ชอบตะวันมักจะหาเรื่องด่าว่าตำหนิติเตียนอยู่ตลอดเวลา ตะวันไม่มีความสุขเลย อยู่ด้วยกันไม่นานก็มีปัญหาเพราะนายพล เจ้าชู้ ชอบเที่ยว และมีผู้หญิงอื่น จนมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันแทบทุกวัน ยิ่งเมื่อตะวันท้องเธอก็มีอารมณ์หงุดหงิดมากขึ้น ทั้งยังให้ความสุขเรื่องเพศกับนายพลไม่ได้อีก

 “เขาบอกว่าเบื่อเรา เราอ้วนขึ้น เขาด่าเราทุกวันเลยว่า ...อีแก่... เขาบอกว่าเขาได้เด็กอายุ 17,18 เอง ผู้หญิงนะแค่สี่ห้าร้อยก็ได้แล้วแบบเขาดูถูกผู้หญิง แล้วเขาก็ทุบตีตลอดยิ่งตอนท้องยิ่งทำ ตบ เตะ ตบจนปากแตก ตาบวม ตาเขียว หัวแตก”     

       ช่วงท้องได้ 3 เดือน ก็มีเหตุทะเลาะกันเพราะนายพลกลับบ้านดึกแล้วตะวันก็ต่อว่านายพลไปว่า
“กลับดึกไปเที่ยวผู้หญิงเหรอ?”นายพลก็ลอยหน้าลอยตาตอบว่า“เปล่าแค่ไม่อยากกลับบ้านเร็วเฉยๆ”  
ตะวันก็ตอบโต้นายพลอย่างรุนแรงพร้อมทั้งประชดประชันว่า

“แล้วตั้งแต่มีลูกนี่ทำไมไม่ดูแลกัน? อยากให้ทำแท้งไปเลยใช่ไหม? ถ้าอยากให้ทำแท้งก็เอาเงินมาสิ” 

      ด้วยเหตุนี้นายพลพร้อมแม่กับพี่สาวจึงไปเอาเงินมาให้ตะวันไปทำแท้ง แต่ตะวันก็ไม่ได้รับเงินนั้นมา หลังจากนั้นนายพลจึงใช้ไม้ตีเธอ ตะวันยกแขนบังป้องกันตนเองจึงได้รับบาดเจ็บที่แขนเลยตัดสินใจไปแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันไว้ หลังจากเหตุการณ์นั้นนายพลและครอบครัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจในตัวตะวันและลูกในท้องอีกเลย ปล่อยให้ตะวันอยู่แบบ อด ๆ อยาก ๆ 

ตะวันบอกว่า “หมามันยังได้กินดีกว่าหนูเสียอีก” 

        หลังจากนั้นครึ่งเดือนนายพลก็มาบอกว่ามีเมียใหม่ และไล่ตะวันออกจากบ้าน …

 “วันนั้นหนูไม่มีที่จะนอนเลย เขาไล่หนูออกมามันมืดแล้วเขาใจดำมาก หนูเลยมาที่บ้านพักฉุกเฉินเพราะว่าเขารับช่วยหนูตอนกลางคืน ตอนที่หนูไม่รู้ว่าจะซุกหัวนอนที่ไหน”

ตะวันพักเพื่อรอคลอดที่บ้านพักฉุกเฉิน ตะวันไม่คิดจะยกลูกให้กับนายพล เธอจะเลี้ยงดูลูกของเธอเอง เธอรู้สึกว่า เธอไม่ได้รับความยุติธรรมจากนายพลและครอบครัว ทั้งครอบครัวนายพลยังบอกกับตะวันให้ได้เจ็บใจอีกว่า เธอเป็นคนมั่ว เด็กในท้องจะใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของนายพลหรือเปล่าก็ไม่รู้... ตะวันทิ้งท้ายด้วยการบอกความต้องการของตนเองด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจและตรงไปตรงมาว่า 

“ความรับผิดชอบหรือเงินค่าเลี้ยงดูหนูก็อยากได้นะ แต่ หนูอยากได้ความยุติธรรมมากกว่า”

...……………………………………………………………………………………………………………
หากผู้หญิงและเด็ก ท่านใดประสบปัญหาในชีวิต เช่น ความรุนแรงในครอบครัว  ท้องไม่พร้อม ถูกข่มขืน หรือติดเชื้อ เอช ไอ วี สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่  สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน 501/1 ซ.เดชะตุงคะ 1    ถ.เดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0 2929 2222 ตลอด 24 ชม. 
ในกรณีที่ท่านต้องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในบ้านพักฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ที่ 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และหาทุน โทร. 0 2929 2301-7 ต่อ 109,113 E-mail: admin@apsw-thailand.org เว็บไซต์สมาคม www.apsw-thailand.org   


วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562

...ส่งสุขปีใหม่ 2563...สุขใจผู้ให้ เติมกำลังใจผู้รับ...

...ส่งสุขปีใหม่ 2563...สุขใจผู้ให้ เติมกำลังใจผู้รับ...

ในวาระโอกาสพิเศษ ต้อนรับปีใหม่ 2563 ที่ใกล้จะเวียนมาถึงนี้ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ขอเชิญชวนทุก ๆ ท่าน ร่วมเป็นผู้ให้ ส่งต่อความสุข ใน เทศกาลปีใหม่ 2563 ผู้ด้อยโอกาส ใน บ้านพักฉุกเฉินสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ...ส่งสุขปีใหม่ 2563...สุขใจผู้ให้ เติมกำลังใจผู้รับ...
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนงานประชาสัมพันธ์ โทร.0 2 9292 308 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.00น.(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) หรือ สามารถ ส่งข้อความทางอินบ็อกซ์ เฟซบุ๊กสมาคมฯได้ทุกวันเวลาค่ะ
*กรณีบริจาคเงิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เป็นองค์กรการกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง ผู้บริจาคเงินให้สมาคมฯ สามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี ตามกฎหมายกำหนดได้ #บริจาค #เลี้ยงอาหาร #ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กบ้านพักฉุกเฉิน #สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ







ชีวิตใหม่

  ชีวิตใหม่ Based on true story by บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เรื่อง : ผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน , ผู้เขียน : จิตรา นวลละออง...